เสาร์ศักดิ์สิทธิ์ (ปี B)
พิธีตื่นเฝ้าปัสกา
- ตามธรรมเนียมแต่โบราณ คืนนี้เป็นคืนพิเศษ ถวายเป็นเกียรติแด่พระเจ้า (อพย 12:42) เป็นคืนที่บรรดาสัตบุรุษปฏิบัติตามคำตักเตือนของพระวรสาร (ลก 12:35-38) ถือเทียนจุดอยู่เหมือนคนใช้ที่คอยนายกลับมา เมื่อนายกลับมาจะได้พบเขาตื่นคอยอยู่ แล้วจะได้จัดให้เขานั่งกินเลี้ยงกับนาย
- พิธีตื่นเฝ้าปัสกาในคืนนี้ มีด้วยกัน 4 ภาค เริ่มด้วย
ภาคที่ 1 พิธีแสงสว่าง ซึ่งเป็นพิธีสั้นๆ
- ภาคที่ 2 วจนพิธีกรรม พระศาสนจักรพิจารณาคำนึงถึงกิจการน่าพิศวงที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อช่วยประชากรของพระองค์ตั้งแต่ปฐมกาล ด้วยความเชื่อมั่นในพระวาจาและพระสัญญาของพระองค์
- ภาคที่ 3 พิธีศีลล้างบาป
- ภาคที่ 4 พิธีศีลมหาสนิท ที่พระคริสตเจ้าผู้ทรงสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพ ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับประชากรของพระองค์
- พิธีตื่นเฝ้าปัสกาทั้งหมดนี้ต้องทำเวลากลางคืน จะเริ่มก่อนหัวค่ำไม่ได้และต้องจบก่อนสว่างวันอาทิตย์
- มิสซาเวลากลางคืน ถึงแม้จะประกอบพิธีก่อนเที่ยงคืน ก็ถือว่าเป็นมิสซาของวันอาทิตย์ปัสกา ผู้ที่ร่วมพิธีมิสซาเวลากลางคืนจะรับศีลมหาสนิทอีกครั้งหนึ่งในมิสซาของวันปัสกาก็ได้
- พระสงฆ์ที่ถวายหรือร่วมถวายมิสซาเวลากลางคืน จะถวายหรือร่วมถวายมิสซาอีกครั้งหนึ่งในวันปัสกาก็ได้
- ในพิธีตื่นเฝ้าปัสกา พระสงฆ์และผู้ช่วยพิธีสวมอาภรณ์สีขาว เหมือนกับเวลาถวายบูชามิสซา
- ให้จัดเทียนไว้สำหรับทุกคนที่ร่วมพิธีตื่นเฝ้า ให้ดับไฟทุกดวงในโบสถ์
ภาคที่หนึ่ง
พิธีแสงสว่าง เสกไฟและเทียนปัสกา
- ให้เตรียมกองไฟไว้ในที่เหมาะสมนอกโบสถ์ จัดวางเทียนปัสกาไว้บนโต๊ะพร้อมกับเม็ดกำยาน ทั้งห้าเม็ดที่จะต้องใช้ติดเทียนปัสกา เมื่อสัตบุรุษมาชุมนุมที่นั่นแล้ว พระสงฆ์เดินมาพร้อมกับบรรดาผู้ช่วยพิธี แต่ถ้าที่ใดจุดไฟนอกโบสถ์ไม่ได้ ให้ประกอบพิธีตามที่จะกล่าวต่อไปข้างหน้า (เลข 13)
- พระสงฆ์เริ่มพิธีโดยทำเครื่องหมายกางเขน และทักทายสัตบุรุษที่ชุมนุมกันอยู่เหมือนตอนเริ่มพิธีมิสซา แล้วกล่าวเตือนใจสั้นๆ เกี่ยวกับพิธีตื่นเฝ้าเวลากลางคืน ด้วยถ้อยคำต่อไปนี้ หรือถ้อยคำที่คล้ายกัน
พี่น้องที่รักทั้งหลาย ในคืนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนี้ ที่พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงผ่านจากความตาย ไปรับชีวิต พระศาสนจักรเชิญชวนบรรดาคริสตชน ผู้เป็นบุตรที่แยกย้ายกันอยู่ทั่วโลก ให้มาชุมนุมกันเพื่อตื่นเฝ้า และอธิษฐานภาวนา ถ้าเราระลึกถึงการที่พระคริสตเจ้าทรงผ่านจาก ความตายไปสู่ชีวิต โดยฟังพระวาจาและถวายบูชามิสซา เราก็มีหวัง จะมีส่วนร่วมในชัยชนะของพระองค์เหนือความตาย และจะดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับพระองค์ในพระเจ้า- ต่อไป พระสงฆ์เสกไฟ กล่าวว่า
ให้เราภาวนา ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ประทานไฟสว่างสุกใสแก่สัตบุรุษโดยทางพระบุตร โปรดประทานความศักดิ์สิทธิ์ %cross ให้แก่ไฟใหม่นี้ และโปรดให้งานสมโภชปัสกาจุดไฟความปรารถนา ถึงสิ่งของสวรรค์ในใจข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อจะได้มีใจบริสุทธิ์ บรรลุถึงงานสมโภชสว่างโชติช่วงตลอดนิรันดร ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย(รับ) อาเมน- เมื่อเสกไฟใหม่แล้ว ผู้ช่วยพิธีคนหนึ่งนำเทียนปัสกามาอยู่ต่อหน้าพระสงฆ์ ซึ่งใช้เหล็กแหลมขีดเป็นรูปไม้กางเขนบนเทียนปัสกา แล้วเขียนอักษรกรีก อัลฟา ด้านบนรูปไม้กางเขน อักษรโอเมกา ด้านล่าง กับเขียนตัวเลขสี่ตัวที่บอกปีคริสตศักราชปัจจุบันลงในระหว่างช่องสี่ช่อง พลางกล่าวว่า
![]()
- พระคริสตเจ้าในอดีตและปัจจุบัน
- ทรงเป็นปฐมและอวสาน
- ทรงเป็นอัลฟา
- และโอเมกา
- ทรงเป็นเจ้าของกาลเวลา
- และศตวรรษทั้งสิ้น
- พระสิริรุ่งโรจน์และอำนาจเกรียงไกรเป็นของพระองค์
- ตลอดชั่วอายุขัยและตลอดนิรันดร อาเมน
- เมื่อขีดรูปไม้กางเขนและเครื่องหมายอื่นๆ แล้ว พระสงฆ์จะนำกำยานห้าเม็ดติดบนเทียนเป็นรูปกางเขนก็ได้ โดยกล่าวระหว่างนั้นว่า
1. ขอพระคริสตเจ้า 1 2. ทรงพิทักษ์ 4 2 5 3. และรักษาข้าพเจ้าทั้งหลายไว้ 3 4. ด้วยรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ 5. และรุ่งโรจน์ของพระองค์ อาเมน - ถ้าไม่สะดวกจุดไฟนอกโบสถ์ พระสงฆ์อาจเสกไฟที่ประตูโบสถ์ สัตบุรุษอยู่ภายในโบสถ์ หันหน้ามาทางกองไฟ แล้วปฏิบัติต่อไปตามข้อ 10-12
- พระสงฆ์จุดเทียนปัสกาจากไฟที่เพิ่งเสก พลางกล่าวว่า
ขอให้ความสว่างของพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ อย่างรุ่งโรจน์ ขจัดความมืดในจิตใจของเราให้หมดสิ้นไปเทอญสภาพระสังฆราชอาจกำหนดพิธีที่กล่าวนี้ในรูปแบบอื่นที่เหมาะสมกว่า ตามขนบธรรมเนียมของประชาชนก็ได้ขบวนแห่
- เมื่อจุดเทียนปัสกาแล้ว ผู้ช่วยพิธีนำถ่านจากกองไฟใส่เต้ากำยาน แล้วพระสงฆ์ใส่กำยาน ตามธรรมเนียม สังฆานุกร หรือ (ถ้าไม่มีสังฆานุกร) พระสงฆ์เองรับเทียนปัสกา ต่อจากนั้น ขบวนแห่เทียนปัสกา จัดดังนี้ ผู้ถือกำยานถือเต้ากำยานที่มีควันเดินนำหน้า ตามด้วยสังฆานุกร หรือพระสงฆ์ถือเทียนปัสกา พระสงฆ์ ผู้ช่วยพิธีและสัตบุรุษ ทุกคนถือเทียนที่ยังไม่จุดของตน เมื่อมาถึงประตูโบสถ์ สังฆานุกรหรือพระสงฆ์ชูเทียนปัสกาขึ้น ขับร้องแต่ผู้เดียวว่า พระคริสตเจ้า องค์ความสว่างของชาวเรา / Lumen Christi ทุกคนตอบว่า ขอขอบพระคุณพระเจ้า พระสงฆ์จุดเทียนของตนจากเทียนปัสกา
- สังฆานุกรหรือพระสงฆ์ถือเทียนปัสกาเดินต่อไปถึงกลางโบสถ์ ยืนชูเทียนปัสกาขึ้น ขับร้องอีกครั้งหนึ่งว่า พระคริสตเจ้า องค์ความสว่างของชาวเรา / Lumen Christi ทุกคนตอบว่า ขอขอบพระคุณพระเจ้า แล้วทุกคนจุดเทียนของตนจากเทียนปัสกา เดินหน้าต่อไป
- เมื่อสังฆานุกรหรือพระสงฆ์ถือเทียนปัสกาเดินมาถึงหน้าพระแท่นบูชา ก็ยืนหันหน้ามาทางสัตบุรุษ ชูเทียนปัสกาขึ้น ขับร้องเป็นครั้งที่สามว่า พระคริสตเจ้า องค์ความสว่างของชาวเรา / Lumen Christi ทุกคนตอบว่า ขอขอบพระคุณพระเจ้า แล้วตั้งเทียนปัสกาบนเชิงเทียนที่จัดไว้ใกล้บรรณฐานหรือตรงกลาง ให้จุดตะเกียงหรือเปิดไฟทุกดวงในโบสถ์ ยกเว้นเทียนบนพระแท่น
การประกาศสมโภชปัสกา
- เมื่อมาถึงพระแท่นบูชาแล้ว พระสงฆ์เดินไปยังที่นั่ง และใส่กำยานในเต้าและเสกเหมือนที่ทำในตอนอ่านพระวรสารเวลามิสซา ถ้าสังฆานุกรเป็นผู้ประกาศสมโภชปัสกา เขาไปขอพรจากพระสงฆ์ เหมือนเมื่อจะอ่านพระวรสาร พระสงฆ์อวยพรว่า
ขอพระคริสตเจ้าสถิตอยู่กับใจและริมฝีปากของท่าน ท่านจะได้ประกาศสมโภชปัสกาของพระองค์อย่างเหมาะสม เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต(รับ) อาเมนถ้าผู้ประกาศสมโภชปัสกาเป็นผู้อื่นที่ไม่ใช่สังฆานุกร ก็ไม่ต้องขอพร- สังฆานุกร หรือถ้าไม่มีสังฆานุกร พระสงฆ์ผู้เป็นประธานหรือพระสงฆ์ที่ร่วมมิสซาถวายกำยาน แก่หนังสือและเทียนปัสกา แล้วจึงประกาศสมโภชปัสกาที่บรรณฐานหรือที่ตั้งหนังสือ ระหว่างนั้นทุกคนยืนและถือเทียนที่จุดอยู่ไว้ ถ้าจำเป็น ผู้ประกาศสมโภชปัสกาจะเป็นนักขับร้องฆราวาสก็ได้ แต่จะต้องไม่กล่าวคำว่า “พระเจ้าสถิตกับท่าน” จะใช้บทประกาศสมโภชแบบย่อก็ได้ นอกจากนั้น สภาพระสังฆราชจะดัดแปลงบทประกาศสมโภชปัสกา โดยแทรกคำโห่ร้องของสัตบุรุษในบทนี้ด้วยก็ได้
เพลงประกาศสมโภชปัสกา
บัดนี้ ขอให้บรรดาทูตสวรรค์ชื่นชมโสมนัส
ขอให้ชาวสวรรค์ร่าเริงยินดีเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
ให้แตรสัญญาณนำความรอดพ้นส่งเสียงก้องกังวาน
ฉลองชัยชนะแห่งพระมหากษัตราธิราช
ขอให้แผ่นดินได้รับแสงสว่างเจิดจ้านี้มีความชื่นชม
ขอให้แสงรุ่งโรจน์แห่งพระราชาผู้ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร
แสดงให้ทั่วโลกทราบว่า ตนได้พ้นจากความมืดแล้ว
ขอให้พระศาสนจักร มารดาศักดิ์สิทธิ์ของชาวเราชื่นชมยินดี
ส่องแสงโชติช่วงแห่งพระผู้ไถ่
ขอให้ประชากรของพระเจ้าเปล่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี
ดังกึกก้องไปทั่วสักการสถานแห่งนี้(ถ้าผู้ประกาศสมโภชปัสกามิใช่สังฆานุกร หรือพระสงฆ์ ให้เว้นข้อความในวงเล็บ)(ดังนั้น พี่น้องที่รักทั้งหลายซึ่งชุมนุมกันอยู่ที่นี่
ในแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้า
จงร่วมใจกับข้าพเจ้า วอนขอพระเมตตาแห่งพระผู้ทรงสรรพานุภาพ
ที่ทรงพระกรุณาเลือกสรรข้าพเจ้า ไม่ใช่เพราะคุณธรรมความดี
ให้เข้าอยู่ในคณะสงฆ์ของพระองค์
ขอพระองค์โปรดให้ข้าพเจ้า ผู้รับใช้ต่ำต้อยได้รับพระหรรษทาน
ให้ขับร้องสรรเสริญเทียนปัสกาได้อย่างเหมาะสมด้วยเถิด)
(พระเจ้าสถิตกับท่าน
และสถิตกับท่านด้วย)
จงสำรวมใจระลึกถึงพระเจ้า
เรากำลังระลึกถึงพระองค์
ให้เราขอบพระคุณพระเจ้าพร้อมกันเถิด
เหมาะสมและชอบยิ่งนัก
เป็นการเหมาะสมถูกต้องแท้จริง
ที่จะเปล่งเสียงขับร้องด้วยสิ้นสุดจิตใจอย่างไพเราะ
สรรเสริญพระบิดาเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ
สรรเสริญพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
พระบุตรเพียงพระองค์เดียว %paraพระคริสตเจ้าทรงชำระหนี้ที่อาดัมได้ทำไว้แทนเรา
ต่อพระบิดาผู้สถิตนิรันดร
ทรงหลั่งพระโลหิตชำระโทษทัณฑ์ดั้งเดิมของเรา %paraบัดนี้เป็นงานสมโภชปัสกา
วันที่พระคริสตเจ้า ลูกแกะปัสกาที่แท้จริงถูกประหาร
บันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่บ้านพักอาศัยของคริสตชนผู้มีความเชื่อ
คืนนี้เป็นคืนที่พระองค์ทรงนำชนอิสราเอล
บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายออกจากอียิปต์ พ้นการเป็นทาส
เดินบนหนทางแห้ง ข้ามทะเลแดง
คืนนี้จึงเป็นคืนที่เสาเพลิงได้ทำลายความมืดแห่งบาปให้สูญสิ้นไป
คืนนี้เป็นคืนที่ผู้เชื่อในพระคริสตเจ้าทั่วโลก
ได้หลุดพ้นจากความชั่วร้ายแห่งโลกีย์และเงาของบาป
มารับพระหรรษทาน มีส่วนในความศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง %paraคืนนี้แหละเป็นคืนที่พระคริสตเจ้า
ทรงทำลายพันธะแห่งความตาย
ทรงกลับคืนพระชนมชีพอย่างผู้ทรงชัยจากแดนผู้ตาย
ชีวิตของเราคงจะไม่มีประโยชน์อันใด
หากว่าพระคริสตเจ้ามิได้ทรงไถ่กู้ไว้
พระทัยกรุณาของพระองค์ต่อข้าพเจ้าทั้งหลายช่างน่าพิศวงเพียงไร
ความรักของพระองค์ก็เหลือล้นสุดจะพรรณนา
พระองค์ถึงกับประทานพระบุตรมาเป็นค่าไถ่
เพื่อจะไถ่ทาสให้เป็นอิสระ %paraบาปของอาดัมช่างมีความจำเป็นเสียจริง
ที่จะต้องถูกทำลายด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า
ความผิดนี้ช่างมีโชคอย่างเหลือล้น
ที่เป็นสุขได้มีพระผู้ไถ่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
%paraคืนนี้ช่างเป็นคืนแสนสุขแท้
เป็นคืนเดียวที่ได้รับพระพรให้รู้กำหนดเวลา
ที่พระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตาย
คืนนี้เป็นคืนที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า
“กลางคืนจะสว่างไสวดุจกลางวัน
เป็นคืนนำความสว่างแจ่มจ้า นำความชื่นชมยินดีมาให้ข้าพเจ้า”
ความศักดิ์สิทธิ์ของคืนนี้ขับไล่ความชั่วให้สูญไป ชำระล้างความผิด
นำความบริสุทธิ์มาคืนให้คนบาป
นำความชื่นชมยินดีมาให้ผู้โศกเศร้า
ทั้งยังขจัดความเกลียดชัง นำสันติ และปราบอำนาจโลกีย์ %paraเหตุฉะนี้ ข้าแต่พระบิดาเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์
โปรดรับคำสดุดีสรรเสริญนี้เป็นบูชายามเย็น
ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายถวายแด่พระองค์ในคืนน่าชื่นชมนี้
ในโอกาสที่พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์มีบัญชา
ให้ศาสนบริกรประกอบพิธีกรรมสง่างาม
ถวายเทียนซึ่งเป็นผลงานของเหล่าภุมรินทร์
เป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างนี้
ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบถึงคำสรรเสริญเทียน
ซึ่งมีเปลวเพลิงลุกโชติช่วงถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่ในขณะนี้แล้ว
เปลวเพลิงนี้แม้จะแบ่งแยกกันออกไป ก็มิได้ลดความโชติช่วงลงไปเลย
คืนนี้เป็นคืนแสนสุขแท้ ในคืนนี้เอง แผ่นดินสัมพันธ์กับสวรรค์
มนุษย์กับพระเจ้ากลับคืนดีกัน
%paraดังนั้น ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบวอนพระองค์
ได้โปรดให้เทียนซึ่งถวายเป็นเกียรติแด่พระนาม
เพื่อขจัดความมืดแห่งราตรีนี้ ลุกโชติช่วงอยู่ตลอดไปอย่าได้มอดดับ
ขอให้เปลวเพลิงนี้พลุ่งสูงขึ้นเบื้องบนดุจควันเครื่องหอม
ไปรวมกับแสงสว่างแห่งดวงดาราบนท้องฟ้า
ขอให้เทียนนี้ลุกสว่างอยู่จนดาวประจำรุ่งโผล่ขึ้นเวลาเช้า
ดาวประจำรุ่งที่ไม่มีวันตกดวงนี้คือพระคริสตเจ้าพระบุตรของพระองค์
ผู้เสด็จกลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตาย
ส่องแสงนำสันติภาพมาให้มนุษยชาติ
พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
บัดนี้ ขอให้บรรดาทูตสวรรค์ชื่นชมโสมนัส
ขอให้ชาวสวรรค์ร่าเริงยินดีเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
ให้แตรสัญญาณนำความรอดพ้นส่งเสียงก้องกังวาน
ฉลองชัยชนะแห่งพระมหากษัตราธิราช
ขอให้แผ่นดินได้รับแสงสว่างเจิดจ้านี้มีความชื่นชม
ขอให้แสงรุ่งโรจน์แห่งพระราชาผู้ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร
แสดงให้ทั่วโลกทราบว่า ตนได้พ้นจากความมืดแล้ว
ขอให้พระศาสนจักร มารดาศักดิ์สิทธิ์ของชาวเราชื่นชมยินดี
ส่องแสงโชติช่วงแห่งพระผู้ไถ่ ขอให้ประชากรของพระเจ้าเปล่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี
ดังกึกก้องไปทั่วสักการสถานแห่งนี้
(ถ้าผู้ประกาศสมโภชปัสกามิใช่สังฆานุกร หรือพระสงฆ์ ให้เว้นข้อความในวงเล็บ)
(พระเจ้าสถิตกับท่าน
และสถิตกับท่านด้วย)
จงสำรวมใจระลึกถึงพระเจ้า
เรากำลังระลึกถึงพระองค์
ให้เราขอบพระคุณพระเจ้าพร้อมกันเถิด
เหมาะสมและชอบยิ่งนัก
เป็นการเหมาะสมถูกต้องแท้จริง ที่จะเปล่งเสียงขับร้องด้วยสิ้นสุดจิตใจอย่างไพเราะ สรรเสริญพระบิดาเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ สรรเสริญพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระบุตรเพียงพระองค์เดียว %paraพระคริสตเจ้าทรงชำระหนี้ที่อาดัมได้ทำไว้แทนเรา ต่อพระบิดาผู้สถิตนิรันดร ทรงหลั่งพระโลหิตชำระโทษทัณฑ์ดั้งเดิมของเรา %paraบัดนี้เป็นงานสมโภชปัสกา วันที่พระคริสตเจ้า ลูกแกะปัสกาแท้จริงถูกประหาร บันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่บ้านพักอาศัยของคริสตชนผู้มีความเชื่อ คืนนี้เป็นคืนที่พระองค์ทรงนำชนอิสราเอล บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายออกจากอียิปต์ พ้นจากการเป็นทาส เดินบนหนทางแห้งข้ามทะเลแดง คืนนี้จึงเป็นคืนที่เสาเพลิงได้ทำลายความมืดแห่งบาปให้สูญสิ้นไป คืนนี้เป็นคืนที่ผู้เชื่อในพระคริสตเจ้าทั่วโลก ได้หลุดพ้นจากความชั่วร้ายแห่งโลกีย์และเงาของบาป มารับพระหรรษทาน มีส่วนในความศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง %paraคืนนี้แหละเป็นคืนที่พระคริสตเจ้า ทรงทำลายพันธะแห่งความตาย กลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตายอย่างผู้ทรงชัย พระทัยกรุณาของพระองค์ต่อข้าพเจ้าทั้งหลายช่างน่าพิศวงเพียงไร ความรักของพระองค์ก็เหลือล้นสุดจะพรรณนา พระองค์ถึงกับประทานพระบุตรมาเป็นค่าไถ่เพื่อไถ่ทาสให้เป็นอิสระ %paraบาปของอาดัมช่างมีความจำเป็นเสียจริง ที่จะต้องถูกทำลายด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า ความผิดนี้ช่างมีโชคอย่างเหลือล้น ที่มีบุญได้มีพระผู้ไถ่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ %paraความศักดิ์สิทธิ์ของคืนนี้เอง ขับไล่ความชั่วให้สูญไป ชำระล้างความผิด นำความบริสุทธิ์มาคืนให้คนบาป นำความชื่นชมยินดีมาให้ผู้โศกเศร้า %paraคืนนี้เป็นคืนแสนสุขแท้ ในคืนนี้เอง แผ่นดินสัมพันธ์กับสวรรค์ มนุษย์กับพระเจ้ากลับคืนดีกัน %paraเหตุฉะนี้ ข้าแต่พระบิดาเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ โปรดรับคำสดุดีสรรเสริญนี้เป็นบูชายามเย็น ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายถวายแด่พระองค์ในคืนน่าชื่นชมนี้ ในโอกาสที่พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์มีบัญชา ให้ศาสนบริกรประกอบพิธีกรรมสง่างาม ถวายเทียนซึ่งเป็นผลงานของเหล่าภุมรินทร์ เป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างใหม่นี้ %paraดังนั้น ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบวอนพระองค์ ได้โปรดให้เทียนซึ่งถวายเป็นเกียรติแด่พระนาม เพื่อขจัดความมืดแห่งราตรีนี้ ลุกโชติช่วงอยู่ตลอดไปอย่าได้มอดดับ ขอให้เปลวเพลิงนี้พลุ่งสูงขึ้นเบื้องบนดุจควันเครื่องหอม ไปรวมกับแสงสว่างแห่งดวงดาราบนท้องฟ้า ขอให้เทียนนี้ลุกสว่างอยู่จนดาวประจำรุ่งโผล่ขึ้นเวลาเช้า ดาวประจำรุ่งที่ไม่มีวันตกดวงนี้ ก็คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระองค์ ผู้เสด็จกลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตาย ส่องแสงนำสันติภาพมาให้มนุษยชาติ พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
(รับ) อาเมน
ดับเทียน ทุกคนนั่ง
บทภาวนาของประธาน
ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงบันดาลให้คืนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนี้ สว่างไสวด้วยพระสิริรุ่งโรจน์ แห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้า ขอโปรดให้บรรดาบุตรในครอบครัวของพระองค์ ได้ฟื้นฟูความสำนึกของการเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อทุกคนจะได้ปรับปรุงตนทั้งร่างกายและจิตใจ มีความซื่อสัตย์รับใช้พระองค์ตลอดไป ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรผู้ทรงจำเริญและครองราชย์ เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวกับพระองค์ และพระจิต ตลอดนิรันดร
33. บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม
รม 6:3-11
พี่น้อง ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า เราทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาป เดชะพระคริสตเยซู ก็ได้รับศีลล้างบาปเข้าร่วมกับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ด้วย ดังนั้น เราถูกฝังไว้ในความตายพร้อมกับพระองค์อาศัยศีลล้างบาป เพื่อว่าพระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย เดชะพระสิริรุ่งโรจน์ของพระบิดาฉันใด เราก็จะดำเนินชีวิตแบบใหม่ด้วยฉันนั้น ถ้าเรารวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในการสิ้นพระชนม์ เราก็จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในการกลับคืนพระชนมชีพด้วยเช่นกัน เรารู้ว่าสภาพเดิมของความเป็นมนุษย์ของเราถูกตรึงกางเขนไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อว่าร่างกายที่ใช้ทำบาปของเราจะถูกทำลาย และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป เพราะคนที่ตายแล้วก็ย่อมพ้นจากบาป แต่เราเชื่อว่า ถ้าเราตายพร้อมกับพระคริสตเจ้าแล้ว เราก็จะมีชีวิตพร้อมกับพระองค์ด้วย เรารู้ว่าพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายแล้วจะไม่สิ้นพระชนม์อีก ความตายไม่มีอำนาจเหนือพระองค์อีกต่อไป เพราะเมื่อสิ้นพระชนม์ พระองค์ก็ทรงตายครั้งเดียวจากบาปตลอดไป เมื่อมีพระชนมชีพ ก็มีพระชนมชีพเพื่อพระเจ้า ดังนี้ ท่านทั้งหลายก็เช่นกันต้องถือว่าท่านตายจากบาปแล้ว แต่มีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าในพระคริสตเยซู
34. เมื่ออ่านบทอ่านจบแล้ว ทุกคนยืนขึ้น
พระสงฆ์ก่อ อัลเลลูยา อย่างสง่า (เพลงที่ 63) สามรอบ โดยยกเสียงให้สูงขึ้นแต่ละครั้ง
ทุกคนร้องซ้ำ

ต่อจากนั้น ขับร้องเพลงสดุดี สัตบุรุษร้องรับ อัลเลลูยา ให้คนก่อขับเป็นคนก่อบทอัลเลลูยาก็ได้ถ้าจำเป็น

ต่อจากนั้น ขับร้องเพลงสดุดี สัตบุรุษร้องรับ อัลเลลูยา ให้คนก่อขับเป็นคนก่อบทอัลเลลูยาก็ได้ถ้าจำเป็น
สร้อย
อัลเลลูยา อัลเลลูยา อัลเลลูยา (เพลงที่ 64)
เพลงสดุดี
สดด 118:1-2, 16-17, 22-23
ก. จงขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์พระทัยดี ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์ พงศ์พันธุ์ของอิสราเอลจงกล่าวว่า “ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์” ข. พระหัตถ์ขวาขององค์พระผู้เป็นเจ้าชูขึ้น พระหัตถ์ขวาขององค์พระผู้เป็นเจ้ามีชัยชนะ ข้าพเจ้าจะไม่ตาย ข้าพเจ้าจะมีชีวิตอยู่ และจะประกาศพระราชกิจยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ค. ศิลาซึ่งช่างก่อสร้างทิ้งไปกลายเป็นศิลาหัวมุม องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำการนี้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์แก่ตาของเรา
35. เมื่ออ่านพระวรสาร ไม่ต้องถือเทียนมา แต่ต้องถวายกำยานให้หนังสือ
ปี B
บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก
มก 16:1-8
%paraเมื่อวันสับบาโตล่วงไปแล้ว มารีย์ชาวมักดาลา มารีย์มารดาของยากอบ และนางสะโลเม ซื้อเครื่องหอมเพื่อชโลมพระศพของพระเยซูเจ้า %paraเช้าตรู่ของวันต้นสัปดาห์ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว สตรีทั้งสามคนไปยังพระคูหา และกล่าวแก่กันว่า “ใครจะกลิ้งก้อนหินออกจากทางเข้าพระคูหาให้เรา” แต่เมื่อมองไป ก็เห็นว่าก้อนหินนั้นถูกกลิ้งออกไปแล้ว หินก้อนนั้นใหญ่โตมาก ครั้นเข้าไปภายในพระคูหา สตรีทั้งสามคนเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมเสื้อยาวสีขาว นั่งอยู่ด้านขวามือ ก็ตกตะลึง ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวกับสตรีทั้งสามคนว่า “อย่ากลัวไปเลย ท่านกำลังมองหาพระเยซู ชาวนาซาเร็ธ ผู้ถูกตรึงกางเขน พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว พระองค์มิได้ประทับอยู่ที่นี่ สถานที่นี้คือสถานที่ที่เขาได้วางพระศพไว้ จงไปแจ้งบรรดาศิษย์และเปโตรให้รู้ว่า “พระองค์เสด็จล่วงหน้าท่านทั้งหลายไปในแคว้นกาลิลีแล้ว ท่านจะเห็นพระองค์ที่นั่น ดังที่ทรงบอกท่านไว้” สตรีทั้งสามคนออกจากพระคูหา หนีไปเพราะตกใจกลัวจนตัวสั่น และไม่ได้พูดเรื่องใดๆ กับใครเลยเพราะกลัว
36. หลังพระวรสารมีเทศน์ แม้จะสั้น แต่ไม่ควรละเว้น
59. พระสงฆ์เดินไปยังแท่นบูชา แล้วเริ่มภาคบูชาขอบพระคุณตามปรกติ60. ควรให้ผู้รับศีลล้างบาปใหม่ หรือถ้าผู้รับศีลล้างบาปเป็นทารก ก็ให้พ่อแม่หรือพ่อแม่อุปถัมภ์เป็นผู้นำปังและเหล้าองุ่นมายังพระแท่นบูชา
61. บทภาวนาเตรียมเครื่องบูชา
โปรดเถิด พระเจ้าข้า โปรดทรงรับคำอธิษฐานภาวนา พร้อมกับเครื่องบูชาจากประชากรของพระองค์ ขอให้พิธีกรรมในโอกาสสมโภชปัสกานี้ บันดาลให้งานกอบกู้ที่เริ่มแล้ว บังเกิดผลบริบูรณ์สำหรับชีวิตนิรันดรด้วยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
บทนำขอบพระคุณปัสกา 1
ข้าแต่พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์สถิตนิรันดร พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ เป็นการเหมาะสมถูกต้องแท้จริง และเป็นมิ่งมงคลบันดาลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้รอดพ้น ที่จะแซ่ซ้องสรรเสริญพระองค์ตลอดกาล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ คืนมงคลนี้ เมื่อพระคริสตเจ้า องค์ปัสกาของข้าพเจ้าทั้งหลาย ทรงถวายองค์เป็นยัญบูชา
พระองค์ท่านคือลูกแกะบูชายัญแท้จริง ทรงลบล้างบาปของโลก ยอมพลีพระชนม์เป็นยัญบูชา บันดาลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายรอดตาย เมื่อทรงกลับคืนพระชนมชีพ ก็ทรงบันดาลให้มีชีวิตใหม่
ดังนั้น พระศาสนจักรทั่วโลกร่วมกันชื่นชมโสมนัส ฉลองปัสกาทั่วหน้ากัน อีกทั้งทวยเทพเทวาก็พร้อมกันถวายพระเกียรติสดุดีเป็นนิจกาล ว่าดังนี้
66. เพลงรับศีล
1 คร 5:7-8
พระคริสตเจ้าองค์ปัสกาของเราได้ถูกฆ่าบูชาแล้ว เราจงฉลองกันเถิด มิใช่ด้วยเชื้อแป้งเก่าคือความชั่วร้ายเลวทราม แต่ด้วยแป้งไร้เชื้อ คือความจริงใจและสัจจะ อัลเลลูยา
68. อวยพรอย่างสง่า
ในโอกาสสมโภชปัสกาคืนนี้ ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงอำนวยพระพร และทรงพระเมตตาปกป้องท่านทั้งหลาย ให้พ้นจากการจู่โจมของบาปทั้งปวงเทอญอาเมนพระเจ้าทรงฟื้นฟูให้ท่านทั้งหลายกลับมีชีวิตนิรันดร โดยให้พระบุตรทรงกลับคืนพระชนมชีพ ขอพระองค์โปรดให้ท่านทั้งหลายได้รับบำเหน็จคือความไม่รู้ตายเทอญอาเมนเมื่อสัปดาห์พระทรมานสิ้นสุดลงแล้ว ท่านทั้งหลายเฉลิมฉลองงานสมโภชปัสกาด้วยความยินดี ขอพระองค์โปรดให้ท่านทั้งหลาย มีจิตใจชื่นบานที่ได้บรรลุถึงวันปัสกา ซึ่งจะนำมาแต่ความชื่นชมยินดีเป็นนิจนิรันดร์เทอญอาเมนขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระบิดา และพระบุตร 10016 และพระจิต ประทานพระพรแก่ท่านทั้งหลายเทอญอาเมน69. เวลาเชิญสัตบุรุษให้กลับไป สังฆานุกรหรือพระสงฆ์เองกล่าวว่าพิธีบูชาขอบพระคุณจบแล้ว จงชื่นชมยินดีและไปประกาศให้ทราบทั่วกันว่า พระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว อัลเลลูยา อัลเลลูยาขอขอบพระคุณพระเจ้า อัลเลลูยา อัลเลลูยา** สูตรนี้ให้ใช้ตลอดอัฐมวารปัสกา 70. ให้จุดเทียนปัสกาในโอกาสประกอบพิธีกรรมอย่างสง่าตลอดเทศกาลปัสกา
63. สำหรับวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์
ถ้าใช้บทขอบพระคุณที่ 2 ให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้ก่อนระลึกถึงผู้ล่วงลับว่า
ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงระลึกถึงผู้ที่เพิ่งรับศีลล้างบาป (และศีลกำลัง)
เข้ามารวมอยู่ในครอบครัวของพระองค์ในคืนนี้
ขอให้เขายินดีติดตามพระคริสตเจ้าพระบุตรของพระองค์
ด้วยความกระตือรือร้นตลอดไป
โปรดทรงระลึกถึงพี่น้องที่ได้หลับไป
63. สำหรับวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์
ถ้าใช้บทขอบพระคุณที่ 3 ให้เพิ่มขอความต่อไปนี้ก่อนระลึกถึงผู้ล่วงลับว่า
โปรดเถิด พระเจ้าข้า
โปรดประทานพละกำลังแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ซึ่งได้รับศีลล้างบาป
(และศีลกำลัง) รวมเข้าอยู่ในประชากรของพระองค์
ให้มีใจมุ่งมั่นที่จะก้าวหน้าในการดำเนินชีวิตใหม่ตลอดไป
โปรดรวบรวมบรรดาบุตร
64. ก่อนจะสวด นี่คือลูกแกะพระเจ้า..พระสงฆ์อาจเตือนใจผู้ที่เพิ่งรับศีลล้างบาปและจะรับศีลมหาสนิทเป็นครั้งแรก ให้เข้าใจความสำคัญของสิ่งนี้ ซึ่งเป็นจุดยอดและศูนย์กลางของชีวิตคริสตชน 65. เป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งที่ผู้ที่เพิ่งรับศีลล้างบาปจะรับศีลมหาสนิทในรูปปรากฏทั้งสอง (พระกายและพระโลหิต) พร้อมกับพ่อแม่อุปถัมภ์ บิดามารดา คู่สมรสที่เป็นคาทอลิก และครูสอนคำสอน ยังเป็นการสมควรด้วย ถ้าพระสังฆราชอนุญาตให้ทุกคนที่ร่วมมิสซาจะรับศีลมหาสนิทในรูปปรากฏทั้งสอง
ปรับปรุงครั้งสุดท้าย : 8 มิ.ย. 2019
ติดต่อ : admin@thmass.online