เสาร์ศักดิ์สิทธิ์ (ปี B)
พิธีตื่นเฝ้าปัสกา
- ตามธรรมเนียมแต่โบราณ คืนนี้เป็นคืนพิเศษ ถวายเป็นเกียรติแด่พระเจ้า (อพย 12:42) เป็นคืนที่บรรดาสัตบุรุษปฏิบัติตามคำตักเตือนของพระวรสาร (ลก 12:35-38) ถือเทียนจุดอยู่เหมือนคนใช้ที่คอยนายกลับมา เมื่อนายกลับมาจะได้พบเขาตื่นคอยอยู่ แล้วจะได้จัดให้เขานั่งกินเลี้ยงกับนาย
- พิธีตื่นเฝ้าปัสกาในคืนนี้ มีด้วยกัน 4 ภาค เริ่มด้วย
ภาคที่ 1 พิธีแสงสว่าง ซึ่งเป็นพิธีสั้นๆ
- ภาคที่ 2 วจนพิธีกรรม พระศาสนจักรพิจารณาคำนึงถึงกิจการน่าพิศวงที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อช่วยประชากรของพระองค์ตั้งแต่ปฐมกาล ด้วยความเชื่อมั่นในพระวาจาและพระสัญญาของพระองค์
- ภาคที่ 3 พิธีศีลล้างบาป
- ภาคที่ 4 พิธีศีลมหาสนิท ที่พระคริสตเจ้าผู้ทรงสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพ ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับประชากรของพระองค์
- พิธีตื่นเฝ้าปัสกาทั้งหมดนี้ต้องทำเวลากลางคืน จะเริ่มก่อนหัวค่ำไม่ได้และต้องจบก่อนสว่างวันอาทิตย์
- มิสซาเวลากลางคืน ถึงแม้จะประกอบพิธีก่อนเที่ยงคืน ก็ถือว่าเป็นมิสซาของวันอาทิตย์ปัสกา ผู้ที่ร่วมพิธีมิสซาเวลากลางคืนจะรับศีลมหาสนิทอีกครั้งหนึ่งในมิสซาของวันปัสกาก็ได้
- พระสงฆ์ที่ถวายหรือร่วมถวายมิสซาเวลากลางคืน จะถวายหรือร่วมถวายมิสซาอีกครั้งหนึ่งในวันปัสกาก็ได้
- ในพิธีตื่นเฝ้าปัสกา พระสงฆ์และผู้ช่วยพิธีสวมอาภรณ์สีขาว เหมือนกับเวลาถวายบูชามิสซา
- ให้จัดเทียนไว้สำหรับทุกคนที่ร่วมพิธีตื่นเฝ้า ให้ดับไฟทุกดวงในโบสถ์
ภาคที่หนึ่ง
พิธีแสงสว่าง เสกไฟและเทียนปัสกา
- ให้เตรียมกองไฟไว้ในที่เหมาะสมนอกโบสถ์ จัดวางเทียนปัสกาไว้บนโต๊ะพร้อมกับเม็ดกำยาน ทั้งห้าเม็ดที่จะต้องใช้ติดเทียนปัสกา เมื่อสัตบุรุษมาชุมนุมที่นั่นแล้ว พระสงฆ์เดินมาพร้อมกับบรรดาผู้ช่วยพิธี แต่ถ้าที่ใดจุดไฟนอกโบสถ์ไม่ได้ ให้ประกอบพิธีตามที่จะกล่าวต่อไปข้างหน้า (เลข 13)
- พระสงฆ์เริ่มพิธีโดยทำเครื่องหมายกางเขน และทักทายสัตบุรุษที่ชุมนุมกันอยู่เหมือนตอนเริ่มพิธีมิสซา แล้วกล่าวเตือนใจสั้นๆ เกี่ยวกับพิธีตื่นเฝ้าเวลากลางคืน ด้วยถ้อยคำต่อไปนี้ หรือถ้อยคำที่คล้ายกัน
พี่น้องที่รักทั้งหลาย ในคืนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนี้ ที่พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงผ่านจากความตาย ไปรับชีวิต พระศาสนจักรเชิญชวนบรรดาคริสตชน ผู้เป็นบุตรที่แยกย้ายกันอยู่ทั่วโลก ให้มาชุมนุมกันเพื่อตื่นเฝ้า และอธิษฐานภาวนา ถ้าเราระลึกถึงการที่พระคริสตเจ้าทรงผ่านจาก ความตายไปสู่ชีวิต โดยฟังพระวาจาและถวายบูชามิสซา เราก็มีหวัง จะมีส่วนร่วมในชัยชนะของพระองค์เหนือความตาย และจะดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับพระองค์ในพระเจ้า- ต่อไป พระสงฆ์เสกไฟ กล่าวว่า
ให้เราภาวนา ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ประทานไฟสว่างสุกใสแก่สัตบุรุษโดยทางพระบุตร โปรดประทานความศักดิ์สิทธิ์ %cross ให้แก่ไฟใหม่นี้ และโปรดให้งานสมโภชปัสกาจุดไฟความปรารถนา ถึงสิ่งของสวรรค์ในใจข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อจะได้มีใจบริสุทธิ์ บรรลุถึงงานสมโภชสว่างโชติช่วงตลอดนิรันดร ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย(รับ) อาเมน- เมื่อเสกไฟใหม่แล้ว ผู้ช่วยพิธีคนหนึ่งนำเทียนปัสกามาอยู่ต่อหน้าพระสงฆ์ ซึ่งใช้เหล็กแหลมขีดเป็นรูปไม้กางเขนบนเทียนปัสกา แล้วเขียนอักษรกรีก อัลฟา ด้านบนรูปไม้กางเขน อักษรโอเมกา ด้านล่าง กับเขียนตัวเลขสี่ตัวที่บอกปีคริสตศักราชปัจจุบันลงในระหว่างช่องสี่ช่อง พลางกล่าวว่า
![]()
- พระคริสตเจ้าในอดีตและปัจจุบัน
- ทรงเป็นปฐมและอวสาน
- ทรงเป็นอัลฟา
- และโอเมกา
- ทรงเป็นเจ้าของกาลเวลา
- และศตวรรษทั้งสิ้น
- พระสิริรุ่งโรจน์และอำนาจเกรียงไกรเป็นของพระองค์
- ตลอดชั่วอายุขัยและตลอดนิรันดร อาเมน
- เมื่อขีดรูปไม้กางเขนและเครื่องหมายอื่นๆ แล้ว พระสงฆ์จะนำกำยานห้าเม็ดติดบนเทียนเป็นรูปกางเขนก็ได้ โดยกล่าวระหว่างนั้นว่า
1. ขอพระคริสตเจ้า 1 2. ทรงพิทักษ์ 4 2 5 3. และรักษาข้าพเจ้าทั้งหลายไว้ 3 4. ด้วยรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ 5. และรุ่งโรจน์ของพระองค์ อาเมน - ถ้าไม่สะดวกจุดไฟนอกโบสถ์ พระสงฆ์อาจเสกไฟที่ประตูโบสถ์ สัตบุรุษอยู่ภายในโบสถ์ หันหน้ามาทางกองไฟ แล้วปฏิบัติต่อไปตามข้อ 10-12
- พระสงฆ์จุดเทียนปัสกาจากไฟที่เพิ่งเสก พลางกล่าวว่า
ขอให้ความสว่างของพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ อย่างรุ่งโรจน์ ขจัดความมืดในจิตใจของเราให้หมดสิ้นไปเทอญสภาพระสังฆราชอาจกำหนดพิธีที่กล่าวนี้ในรูปแบบอื่นที่เหมาะสมกว่า ตามขนบธรรมเนียมของประชาชนก็ได้ขบวนแห่
- เมื่อจุดเทียนปัสกาแล้ว ผู้ช่วยพิธีนำถ่านจากกองไฟใส่เต้ากำยาน แล้วพระสงฆ์ใส่กำยาน ตามธรรมเนียม สังฆานุกร หรือ (ถ้าไม่มีสังฆานุกร) พระสงฆ์เองรับเทียนปัสกา ต่อจากนั้น ขบวนแห่เทียนปัสกา จัดดังนี้ ผู้ถือกำยานถือเต้ากำยานที่มีควันเดินนำหน้า ตามด้วยสังฆานุกร หรือพระสงฆ์ถือเทียนปัสกา พระสงฆ์ ผู้ช่วยพิธีและสัตบุรุษ ทุกคนถือเทียนที่ยังไม่จุดของตน เมื่อมาถึงประตูโบสถ์ สังฆานุกรหรือพระสงฆ์ชูเทียนปัสกาขึ้น ขับร้องแต่ผู้เดียวว่า พระคริสตเจ้า องค์ความสว่างของชาวเรา / Lumen Christi ทุกคนตอบว่า ขอขอบพระคุณพระเจ้า พระสงฆ์จุดเทียนของตนจากเทียนปัสกา
- สังฆานุกรหรือพระสงฆ์ถือเทียนปัสกาเดินต่อไปถึงกลางโบสถ์ ยืนชูเทียนปัสกาขึ้น ขับร้องอีกครั้งหนึ่งว่า พระคริสตเจ้า องค์ความสว่างของชาวเรา / Lumen Christi ทุกคนตอบว่า ขอขอบพระคุณพระเจ้า แล้วทุกคนจุดเทียนของตนจากเทียนปัสกา เดินหน้าต่อไป
- เมื่อสังฆานุกรหรือพระสงฆ์ถือเทียนปัสกาเดินมาถึงหน้าพระแท่นบูชา ก็ยืนหันหน้ามาทางสัตบุรุษ ชูเทียนปัสกาขึ้น ขับร้องเป็นครั้งที่สามว่า พระคริสตเจ้า องค์ความสว่างของชาวเรา / Lumen Christi ทุกคนตอบว่า ขอขอบพระคุณพระเจ้า แล้วตั้งเทียนปัสกาบนเชิงเทียนที่จัดไว้ใกล้บรรณฐานหรือตรงกลาง ให้จุดตะเกียงหรือเปิดไฟทุกดวงในโบสถ์ ยกเว้นเทียนบนพระแท่น
เริ่มพิธี
1. เมื่อสัตบุรุษประชุมพร้อมกันแล้ว พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีกับผู้ช่วยเดินไปยังพระแท่นบูชา ระหว่างนั้นขับร้อง “เพลงเริ่มพิธี”
การประกาศสมโภชปัสกา
- เมื่อมาถึงพระแท่นบูชาแล้ว พระสงฆ์เดินไปยังที่นั่ง และใส่กำยานในเต้าและเสกเหมือนที่ทำในตอนอ่านพระวรสารเวลามิสซา ถ้าสังฆานุกรเป็นผู้ประกาศสมโภชปัสกา เขาไปขอพรจากพระสงฆ์ เหมือนเมื่อจะอ่านพระวรสาร พระสงฆ์อวยพรว่า
ขอพระคริสตเจ้าสถิตอยู่กับใจและริมฝีปากของท่าน ท่านจะได้ประกาศสมโภชปัสกาของพระองค์อย่างเหมาะสม เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต(รับ) อาเมนถ้าผู้ประกาศสมโภชปัสกาเป็นผู้อื่นที่ไม่ใช่สังฆานุกร ก็ไม่ต้องขอพร- สังฆานุกร หรือถ้าไม่มีสังฆานุกร พระสงฆ์ผู้เป็นประธานหรือพระสงฆ์ที่ร่วมมิสซาถวายกำยาน แก่หนังสือและเทียนปัสกา แล้วจึงประกาศสมโภชปัสกาที่บรรณฐานหรือที่ตั้งหนังสือ ระหว่างนั้นทุกคนยืนและถือเทียนที่จุดอยู่ไว้ ถ้าจำเป็น ผู้ประกาศสมโภชปัสกาจะเป็นนักขับร้องฆราวาสก็ได้ แต่จะต้องไม่กล่าวคำว่า “พระเจ้าสถิตกับท่าน” จะใช้บทประกาศสมโภชแบบย่อก็ได้ นอกจากนั้น สภาพระสังฆราชจะดัดแปลงบทประกาศสมโภชปัสกา โดยแทรกคำโห่ร้องของสัตบุรุษในบทนี้ด้วยก็ได้
เพลงประกาศสมโภชปัสกา
บัดนี้ ขอให้บรรดาทูตสวรรค์ชื่นชมโสมนัส
ขอให้ชาวสวรรค์ร่าเริงยินดีเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
ให้แตรสัญญาณนำความรอดพ้นส่งเสียงก้องกังวาน
ฉลองชัยชนะแห่งพระมหากษัตราธิราช
ขอให้แผ่นดินได้รับแสงสว่างเจิดจ้านี้มีความชื่นชม
ขอให้แสงรุ่งโรจน์แห่งพระราชาผู้ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร
แสดงให้ทั่วโลกทราบว่า ตนได้พ้นจากความมืดแล้ว
ขอให้พระศาสนจักร มารดาศักดิ์สิทธิ์ของชาวเราชื่นชมยินดี
ส่องแสงโชติช่วงแห่งพระผู้ไถ่
ขอให้ประชากรของพระเจ้าเปล่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี
ดังกึกก้องไปทั่วสักการสถานแห่งนี้(ถ้าผู้ประกาศสมโภชปัสกามิใช่สังฆานุกร หรือพระสงฆ์ ให้เว้นข้อความในวงเล็บ)(ดังนั้น พี่น้องที่รักทั้งหลายซึ่งชุมนุมกันอยู่ที่นี่
ในแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้า
จงร่วมใจกับข้าพเจ้า วอนขอพระเมตตาแห่งพระผู้ทรงสรรพานุภาพ
ที่ทรงพระกรุณาเลือกสรรข้าพเจ้า ไม่ใช่เพราะคุณธรรมความดี
ให้เข้าอยู่ในคณะสงฆ์ของพระองค์
ขอพระองค์โปรดให้ข้าพเจ้า ผู้รับใช้ต่ำต้อยได้รับพระหรรษทาน
ให้ขับร้องสรรเสริญเทียนปัสกาได้อย่างเหมาะสมด้วยเถิด)
(พระเจ้าสถิตกับท่าน
และสถิตกับท่านด้วย)
จงสำรวมใจระลึกถึงพระเจ้า
เรากำลังระลึกถึงพระองค์
ให้เราขอบพระคุณพระเจ้าพร้อมกันเถิด
เหมาะสมและชอบยิ่งนัก
เป็นการเหมาะสมถูกต้องแท้จริง
ที่จะเปล่งเสียงขับร้องด้วยสิ้นสุดจิตใจอย่างไพเราะ
สรรเสริญพระบิดาเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ
สรรเสริญพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
พระบุตรเพียงพระองค์เดียว %paraพระคริสตเจ้าทรงชำระหนี้ที่อาดัมได้ทำไว้แทนเรา
ต่อพระบิดาผู้สถิตนิรันดร
ทรงหลั่งพระโลหิตชำระโทษทัณฑ์ดั้งเดิมของเรา %paraบัดนี้เป็นงานสมโภชปัสกา
วันที่พระคริสตเจ้า ลูกแกะปัสกาที่แท้จริงถูกประหาร
บันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่บ้านพักอาศัยของคริสตชนผู้มีความเชื่อ
คืนนี้เป็นคืนที่พระองค์ทรงนำชนอิสราเอล
บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายออกจากอียิปต์ พ้นการเป็นทาส
เดินบนหนทางแห้ง ข้ามทะเลแดง
คืนนี้จึงเป็นคืนที่เสาเพลิงได้ทำลายความมืดแห่งบาปให้สูญสิ้นไป
คืนนี้เป็นคืนที่ผู้เชื่อในพระคริสตเจ้าทั่วโลก
ได้หลุดพ้นจากความชั่วร้ายแห่งโลกีย์และเงาของบาป
มารับพระหรรษทาน มีส่วนในความศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง %paraคืนนี้แหละเป็นคืนที่พระคริสตเจ้า
ทรงทำลายพันธะแห่งความตาย
ทรงกลับคืนพระชนมชีพอย่างผู้ทรงชัยจากแดนผู้ตาย
ชีวิตของเราคงจะไม่มีประโยชน์อันใด
หากว่าพระคริสตเจ้ามิได้ทรงไถ่กู้ไว้
พระทัยกรุณาของพระองค์ต่อข้าพเจ้าทั้งหลายช่างน่าพิศวงเพียงไร
ความรักของพระองค์ก็เหลือล้นสุดจะพรรณนา
พระองค์ถึงกับประทานพระบุตรมาเป็นค่าไถ่
เพื่อจะไถ่ทาสให้เป็นอิสระ %paraบาปของอาดัมช่างมีความจำเป็นเสียจริง
ที่จะต้องถูกทำลายด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า
ความผิดนี้ช่างมีโชคอย่างเหลือล้น
ที่เป็นสุขได้มีพระผู้ไถ่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
%paraคืนนี้ช่างเป็นคืนแสนสุขแท้
เป็นคืนเดียวที่ได้รับพระพรให้รู้กำหนดเวลา
ที่พระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตาย
คืนนี้เป็นคืนที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า
“กลางคืนจะสว่างไสวดุจกลางวัน
เป็นคืนนำความสว่างแจ่มจ้า นำความชื่นชมยินดีมาให้ข้าพเจ้า”
ความศักดิ์สิทธิ์ของคืนนี้ขับไล่ความชั่วให้สูญไป ชำระล้างความผิด
นำความบริสุทธิ์มาคืนให้คนบาป
นำความชื่นชมยินดีมาให้ผู้โศกเศร้า
ทั้งยังขจัดความเกลียดชัง นำสันติ และปราบอำนาจโลกีย์ %paraเหตุฉะนี้ ข้าแต่พระบิดาเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์
โปรดรับคำสดุดีสรรเสริญนี้เป็นบูชายามเย็น
ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายถวายแด่พระองค์ในคืนน่าชื่นชมนี้
ในโอกาสที่พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์มีบัญชา
ให้ศาสนบริกรประกอบพิธีกรรมสง่างาม
ถวายเทียนซึ่งเป็นผลงานของเหล่าภุมรินทร์
เป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างนี้
ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบถึงคำสรรเสริญเทียน
ซึ่งมีเปลวเพลิงลุกโชติช่วงถวายเกียรติแด่พระเจ้าอยู่ในขณะนี้แล้ว
เปลวเพลิงนี้แม้จะแบ่งแยกกันออกไป ก็มิได้ลดความโชติช่วงลงไปเลย
คืนนี้เป็นคืนแสนสุขแท้ ในคืนนี้เอง แผ่นดินสัมพันธ์กับสวรรค์
มนุษย์กับพระเจ้ากลับคืนดีกัน
%paraดังนั้น ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบวอนพระองค์
ได้โปรดให้เทียนซึ่งถวายเป็นเกียรติแด่พระนาม
เพื่อขจัดความมืดแห่งราตรีนี้ ลุกโชติช่วงอยู่ตลอดไปอย่าได้มอดดับ
ขอให้เปลวเพลิงนี้พลุ่งสูงขึ้นเบื้องบนดุจควันเครื่องหอม
ไปรวมกับแสงสว่างแห่งดวงดาราบนท้องฟ้า
ขอให้เทียนนี้ลุกสว่างอยู่จนดาวประจำรุ่งโผล่ขึ้นเวลาเช้า
ดาวประจำรุ่งที่ไม่มีวันตกดวงนี้คือพระคริสตเจ้าพระบุตรของพระองค์
ผู้เสด็จกลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตาย
ส่องแสงนำสันติภาพมาให้มนุษยชาติ
พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
บัดนี้ ขอให้บรรดาทูตสวรรค์ชื่นชมโสมนัส
ขอให้ชาวสวรรค์ร่าเริงยินดีเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า
ให้แตรสัญญาณนำความรอดพ้นส่งเสียงก้องกังวาน
ฉลองชัยชนะแห่งพระมหากษัตราธิราช
ขอให้แผ่นดินได้รับแสงสว่างเจิดจ้านี้มีความชื่นชม
ขอให้แสงรุ่งโรจน์แห่งพระราชาผู้ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร
แสดงให้ทั่วโลกทราบว่า ตนได้พ้นจากความมืดแล้ว
ขอให้พระศาสนจักร มารดาศักดิ์สิทธิ์ของชาวเราชื่นชมยินดี
ส่องแสงโชติช่วงแห่งพระผู้ไถ่ ขอให้ประชากรของพระเจ้าเปล่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี
ดังกึกก้องไปทั่วสักการสถานแห่งนี้
(ถ้าผู้ประกาศสมโภชปัสกามิใช่สังฆานุกร หรือพระสงฆ์ ให้เว้นข้อความในวงเล็บ)
(พระเจ้าสถิตกับท่าน
และสถิตกับท่านด้วย)
จงสำรวมใจระลึกถึงพระเจ้า
เรากำลังระลึกถึงพระองค์
ให้เราขอบพระคุณพระเจ้าพร้อมกันเถิด
เหมาะสมและชอบยิ่งนัก
เป็นการเหมาะสมถูกต้องแท้จริง ที่จะเปล่งเสียงขับร้องด้วยสิ้นสุดจิตใจอย่างไพเราะ สรรเสริญพระบิดาเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ สรรเสริญพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระบุตรเพียงพระองค์เดียว %paraพระคริสตเจ้าทรงชำระหนี้ที่อาดัมได้ทำไว้แทนเรา ต่อพระบิดาผู้สถิตนิรันดร ทรงหลั่งพระโลหิตชำระโทษทัณฑ์ดั้งเดิมของเรา %paraบัดนี้เป็นงานสมโภชปัสกา วันที่พระคริสตเจ้า ลูกแกะปัสกาแท้จริงถูกประหาร บันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่บ้านพักอาศัยของคริสตชนผู้มีความเชื่อ คืนนี้เป็นคืนที่พระองค์ทรงนำชนอิสราเอล บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายออกจากอียิปต์ พ้นจากการเป็นทาส เดินบนหนทางแห้งข้ามทะเลแดง คืนนี้จึงเป็นคืนที่เสาเพลิงได้ทำลายความมืดแห่งบาปให้สูญสิ้นไป คืนนี้เป็นคืนที่ผู้เชื่อในพระคริสตเจ้าทั่วโลก ได้หลุดพ้นจากความชั่วร้ายแห่งโลกีย์และเงาของบาป มารับพระหรรษทาน มีส่วนในความศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง %paraคืนนี้แหละเป็นคืนที่พระคริสตเจ้า ทรงทำลายพันธะแห่งความตาย กลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตายอย่างผู้ทรงชัย พระทัยกรุณาของพระองค์ต่อข้าพเจ้าทั้งหลายช่างน่าพิศวงเพียงไร ความรักของพระองค์ก็เหลือล้นสุดจะพรรณนา พระองค์ถึงกับประทานพระบุตรมาเป็นค่าไถ่เพื่อไถ่ทาสให้เป็นอิสระ %paraบาปของอาดัมช่างมีความจำเป็นเสียจริง ที่จะต้องถูกทำลายด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า ความผิดนี้ช่างมีโชคอย่างเหลือล้น ที่มีบุญได้มีพระผู้ไถ่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ %paraความศักดิ์สิทธิ์ของคืนนี้เอง ขับไล่ความชั่วให้สูญไป ชำระล้างความผิด นำความบริสุทธิ์มาคืนให้คนบาป นำความชื่นชมยินดีมาให้ผู้โศกเศร้า %paraคืนนี้เป็นคืนแสนสุขแท้ ในคืนนี้เอง แผ่นดินสัมพันธ์กับสวรรค์ มนุษย์กับพระเจ้ากลับคืนดีกัน %paraเหตุฉะนี้ ข้าแต่พระบิดาเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ โปรดรับคำสดุดีสรรเสริญนี้เป็นบูชายามเย็น ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายถวายแด่พระองค์ในคืนน่าชื่นชมนี้ ในโอกาสที่พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์มีบัญชา ให้ศาสนบริกรประกอบพิธีกรรมสง่างาม ถวายเทียนซึ่งเป็นผลงานของเหล่าภุมรินทร์ เป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างใหม่นี้ %paraดังนั้น ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบวอนพระองค์ ได้โปรดให้เทียนซึ่งถวายเป็นเกียรติแด่พระนาม เพื่อขจัดความมืดแห่งราตรีนี้ ลุกโชติช่วงอยู่ตลอดไปอย่าได้มอดดับ ขอให้เปลวเพลิงนี้พลุ่งสูงขึ้นเบื้องบนดุจควันเครื่องหอม ไปรวมกับแสงสว่างแห่งดวงดาราบนท้องฟ้า ขอให้เทียนนี้ลุกสว่างอยู่จนดาวประจำรุ่งโผล่ขึ้นเวลาเช้า ดาวประจำรุ่งที่ไม่มีวันตกดวงนี้ ก็คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระองค์ ผู้เสด็จกลับคืนพระชนมชีพจากแดนผู้ตาย ส่องแสงนำสันติภาพมาให้มนุษยชาติ พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
(รับ) อาเมน
ดับเทียน ทุกคนนั่ง
2. ครั้นถึงพระแท่นบูชา พระสงฆ์กับผู้ช่วยแสดงความเคารพตามแบบที่กำหนด (ไหว้หรือโค้งคำนับ) แล้วพระสงฆ์กราบพระแท่นบูชา (และจะถวายกำยานที่พระแท่นบูชาก็ได้สุดแต่กรณี) ต่อจากนั้นพระสงฆ์กับผู้ช่วยไปยังที่นั่ง เมื่อขับร้อง “เพลงเริ่มพิธี” จบแล้ว พระสงฆ์นำสัตบุรุษทำเครื่องหมายกางเขน ทุกคนยืนตั้งแต่เริ่มพิธีจนจบบทภาวนาของประธาน
เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต
อาเมน
ครั้นแล้ว พระสงฆ์หันหน้าไปทางสัตบุรุษ กางแขนเล็กน้อยหรือพนมมือ ปราศรัยต้อนรับสัตบุรุษว่า
ขอพระหรรษทานของพระเยซูคริสตเจ้าความรักของพระบิดา และความสนิทสัมพันธ์ของพระจิตสถิตกับท่านทั้งหลาย
และสถิตกับท่านด้วย
ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาของเรา และจากพระเยซูคริสตเจ้า สถิตกับท่านทั้งหลาย
และสถิตกับท่านด้วย
พระเจ้าสถิตกับท่าน
และสถิตกับท่านด้วย
3. พระสงฆ์หรือสังฆานุกรหรือผู้ช่วย อธิบายความหมายการฉลองวันนั้นอย่างสั้นๆ ก็ได้
อันดับต่อไปเป็นการสารภาพความผิด พระสงฆ์เชิญชวนสัตบุรุษให้เป็นทุกข์ถึงบาปว่า
พี่น้อง ให้เรายอมรับว่าเราเป็นคนบาป
เพื่อจะได้ร่วมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างสมควร
เงียบสักครู่หนึ่ง แล้วทุกคนสารภาพบาปพร้อมกันว่า
เพื่อจะได้ร่วมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างสมควร
ข้าพเจ้าขอสารภาพต่อพระเจ้า
ผู้ทรงสรรพานุภาพและต่อพี่น้องด้วย
ว่าข้าพเจ้าได้ทำบาปมากมาย ด้วยกาย วาจา ใจ และด้วยการละเลย
ข้าพเจ้าเป็นคนบาป ข้าพเจ้ายอมรับว่าเป็นคนบาป (ข้อนอกเพียงครั้งเดียว)
ดังนั้น ขอพระนางมารีย์ ผู้ทรงเป็นพรหมจารีเสมอ
ขอทูตสวรรค์และนักบุญทั้งหลายและพี่น้องด้วย
ช่วยวิงวอนพระเจ้าเพื่อข้าพเจ้าด้วยเทอญ
ว่าข้าพเจ้าได้ทำบาปมากมาย ด้วยกาย วาจา ใจ และด้วยการละเลย
ข้าพเจ้าเป็นคนบาป ข้าพเจ้ายอมรับว่าเป็นคนบาป (ข้อนอกเพียงครั้งเดียว)
ดังนั้น ขอพระนางมารีย์ ผู้ทรงเป็นพรหมจารีเสมอ
ขอทูตสวรรค์และนักบุญทั้งหลายและพี่น้องด้วย
ช่วยวิงวอนพระเจ้าเพื่อข้าพเจ้าด้วยเทอญ
ต่อจากนั้นพระสงฆ์กล่าว “บทขออภัยบาป”
ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงพระกรุณาอภัยบาป
และนำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร
และนำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร
อาเมน
พี่น้อง ให้เรายอมรับว่าเราเป็นคนบาปเพื่อจะได้ร่วมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างสมควร
เงียบสักครู่หนึ่ง แล้วพระสงฆ์กล่าวว่า
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระเมตตาข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด
เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายได้ทำกระทำผิดต่อพระองค์
โปรดแสดงพระเมตตาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด
โปรดช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอดพ้นเทอญ
ต่อจากนั้น พระสงฆ์กล่าว “บทขออภัยบาป”
ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงพระกรุณาอภัยบาป
และนำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร
และนำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร
อาเมน
พี่น้อง ให้เรายอมรับว่าเราเป็นคนบาป
เพื่อจะได้ร่วมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างสมควร
เพื่อจะได้ร่วมพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างสมควร
เงียบสักครู่หนึ่ง แล้วพระสงฆ์ หรือผู้ช่วยพิธี กล่าวบทต่อไปนี้หรือแบบอื่นที่ลงท้ายด้วย “บทร่ำวิงวอน”
พระองค์ทรงรับใช้พระบิดา มาประทานอภัยแก่ผู้สำนึกผิด
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
พระองค์เสด็จมาเรียกคนบาปให้เป็นทุกข์กลับใจ
ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
พระองค์ประทับเบื้องขวาพระบิดา
เพื่ออธิษฐานแทนข้าพเจ้าทั้งหลาย ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
เพื่ออธิษฐานแทนข้าพเจ้าทั้งหลาย ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ต่อจากนั้นพระสงฆ์กล่าว “บทขออภัยบาป”
ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงพระกรุณาอภัยบาป
และนำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร
และนำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร
อาเมน
4. อันดับต่อไปเป็น “บทร่ำวิงวอน” ซึ่งไม่ต้องใช้ ถ้ากล่าว “บทสารภาพบาป” ในแบบที่ 3 แล้ว
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ภาคที่สอง
วจนพิธีกรรม
20. ในพิธีตื่นเฝ้าคืนนี้ ซึ่งเป็นพิธีตื่นเฝ้าสำคัญที่สุด มีบทอ่านให้อ่านเก้าบท คือ เจ็ดบทจากพันธสัญญาเดิม และสองบทจากพันธสัญญาใหม่ ที่ใดทำได้ควรอ่านทั้งเก้าบท เพื่อรักษาลักษณะของการตื่นเฝ้าซึ่งน่าจะใช้เวลานานพอสมควร
21. ถ้ามีเหตุผลด้านอภิบาลสัตบุรุษ จะลดบทอ่านของพันธสัญญาเดิมก็ได้ แต่พึงสังวรไว้เสมอว่า การอ่านพระวาจาของพระเจ้าเป็นส่วนสำคัญของพิธีตื่นเฝ้าในคืนปัสกานี้ ดังนั้น ให้อ่านบทอ่านจากพันธสัญญาเดิมอย่างน้อยสามบท แต่บทอ่านจากหนังสืออพยพ (บทที่ 14) นั้น จะต้องอ่านเสมอ ละเว้นไม่ได้
22. ทุกคนดับเทียน นั่งลงฟังบทอ่าน ก่อนจะเริ่มอ่านพระวาจา พระสงฆ์เตือนใจสัตบุรุษด้วยถ้อยคำต่อไปนี้ หรือที่คล้ายกันว่า
พี่น้องที่รักยิ่ง เราเพิ่งเริ่มพิธีตื่นเฝ้าเตรียมฉลองอย่างสง่าแล้ว บัดนี้ให้เราตั้งใจฟังพระวาจาของพระเจ้า ให้รำพึงว่า ในอดีตกาลพระเจ้าทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอดพ้นเช่นไร เมื่อถึงเวลากำหนด พระองค์ก็ทรงส่งพระบุตรมาช่วยเราให้รอดพ้น เช่นเดียวกัน ให้เราภาวนา ขอพระเจ้าทรงบันดาลให้ผลงานปัสกา ซึ่งนำความรอดพ้นนี้ บังเกิดผลอย่างสมบูรณ์สำหรับเราด้วย
23. แล้วผู้อ่านเดินไปที่บรรณฐาน อ่านบทอ่านที่หนึ่ง เมื่ออ่านจบแล้ว นักขับร้องคนหนึ่งร้อง หรืออ่านเพลงสดุดี สัตบุรุษขับร้องรับบทสร้อย หลังจากนั้น ทุกคนลุกขึ้น พระสงฆ์กล่าวว่า “ให้เราภาวนา” และเมื่อทุกคนภาวนาเงียบๆ ครู่หนึ่งแล้ว พระสงฆ์ก็สวดบทภาวนา
ถ้าไม่ขับร้องหรืออ่านเพลงสดุดีสลับกับบทสร้อย จะนิ่งเงียบสักครู่หนึ่งแทนก็ได้ ในกรณีดังกล่าว ไม่ต้องนิ่งเงียบอีก หลังจากพระสงฆ์กล่าวว่า “ให้เราภาวนา”
ถ้าไม่ขับร้องหรืออ่านเพลงสดุดีสลับกับบทสร้อย จะนิ่งเงียบสักครู่หนึ่งแทนก็ได้ ในกรณีดังกล่าว ไม่ต้องนิ่งเงียบอีก หลังจากพระสงฆ์กล่าวว่า “ให้เราภาวนา”
ทุกคนนั่ง
บทอ่านจากหนังสือปฐมกาล
ปฐก 1:1-2:2
%paraเมื่อแรกเริ่มนั้น พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน แผ่นดินยังเป็นที่ร้างไร้รูปร่าง ความมืดมิดปกคลุมอยู่เหนือทะเลลึก และลมพายุแรงกล้าพัดอยู่เหนือน้ำ %paraพระเจ้าตรัสว่า “จงมีความสว่าง” และความสว่างก็อุบัติขึ้น พระเจ้าทรงเห็นว่า ความสว่างนั้นดี ทรงแยกความสว่างออกจากความมืด พระเจ้าทรงเรียกความสว่างว่า “วัน” ทรงเรียกความมืดว่า “คืน” มีเวลาค่ำ มีเวลาเช้า นับเป็นวันที่หนึ่ง %paraพระเจ้าตรัสว่า “จงมีแผ่นฟ้าขึ้นระหว่างน้ำ เพื่อแยกน้ำออกจากกัน” และก็เป็นเช่นนั้น พระเจ้าทรงสร้างแผ่นฟ้า และทรงแยกน้ำใต้แผ่นฟ้าออกจากน้ำที่อยู่เหนือแผ่นฟ้า พระเจ้าทรงเรียกแผ่นฟ้าว่า “ท้องฟ้า” มีเวลาค่ำ มีเวลาเช้า นับเป็นวันที่สอง %paraพระเจ้าตรัสว่า “น้ำใต้ท้องฟ้าจงมารวมอยู่ในที่เดียวกัน ที่แห้งจงปรากฏขึ้น” และก็เป็นเช่นนั้น พระเจ้าทรงเรียกที่แห้งว่า “แผ่นดิน” ทรงเรียกมวลน้ำว่า “ทะเล” พระเจ้าทรงเห็นว่าดี พระเจ้าตรัสว่า “แผ่นดินจงผลิตหญ้าเขียว คือพืชที่มีเมล็ดและไม้ผลที่มีเมล็ดในผลแต่ละชนิดบนแผ่นดิน” และก็เป็นเช่นนั้น แผ่นดินผลิตหญ้าเขียว พืชที่มีเมล็ด และไม้ผลที่มีเมล็ดในผลแต่ละชนิด พระเจ้าทรงเห็นว่าดี มีเวลาค่ำ มีเวลาเช้า นับเป็นวันที่สาม %paraพระเจ้าตรัสว่า “จงมีดวงสว่างบนแผ่นฟ้า เพื่อแยกวันออกจากคืน เป็นเครื่องกำหนดเทศกาล วันและปี ใช้เป็นตะเกียงบนท้องฟ้าเพื่อส่องแสงเหนือแผ่นดิน” และก็เป็นเช่นนั้น พระเจ้าทรงสร้างดวงสว่างใหญ่สองดวง ทรงให้ดวงใหญ่ กำหนดวัน ดวงเล็กกำหนดคืน และทรงสร้างดวงดาวด้วย พระเจ้าทรงจัดสิ่งเหล่านี้ไว้บนแผ่นฟ้า เพื่อส่องสว่างเหนือแผ่นดิน เพื่อกำหนดวันและคืน เพื่อแยกความสว่างจากความมืด พระเจ้าทรงเห็นว่าดี มีเวลาค่ำ มีเวลาเช้า นับเป็นวันที่สี่ %paraพระเจ้าตรัสว่า “น้ำจงผลิตสิ่งที่มีชีวิตมากมาย นกจงโผบินใต้แผ่นฟ้าเหนือแผ่นดิน” และก็เป็นเช่นนั้น พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำ รวมทั้งนกมีปีกทุกชนิด พระเจ้าทรงเห็นว่าดี พระเจ้าทรงอวยพรสัตว์เหล่านี้ว่า “จงมีลูกมาก และเพิ่มจำนวนขึ้นจนเต็มทะเล นกจงทวีจำนวนบนแผ่นดิน” มีเวลาค่ำ มีเวลาเช้า นับเป็นวันที่ห้า %paraพระเจ้าตรัสว่า “แผ่นดินจงผลิตสัตว์ทุกชนิด” ทั้งสัตว์เลี้ยง สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่า และก็เป็นเช่นนั้น พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง และสัตว์เลื้อยคลาน ทุกชนิดบนพื้นดิน พระเจ้าทรงเห็นว่าดี %paraพระเจ้าตรัสว่า “เราจงสร้างมนุษย์ ขึ้นตามภาพลักษณ์ของเรา ให้มีความคล้ายคลึงกับเรา ให้เป็นนายปกครองปลาในทะเล นกในท้องฟ้า สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และสัตว์เลื้อยคลานบนพื้นดิน” %paraพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ พระองค์ทรงสร้างเขาตามภาพลักษณ์ของพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง พระเจ้าทรงอวยพรเขาทั้งสองว่า “จงมีลูกมาก และทวีจำนวนขึ้นจนเต็มแผ่นดิน จงปกครองแผ่นดิน จงเป็นนายเหนือปลาในทะเล นกในอากาศ และสัตว์ทุกชนิดที่เคลื่อนไหวอยู่บนแผ่นดิน” พระเจ้ายังตรัสอีกว่า “ดูซิ เราให้ข้าวทุกชนิดซึ่งอยู่บนแผ่นดิน และผลไม้ที่มีเมล็ดเป็นอาหารสำหรับท่าน ส่วนบรรดาสัตว์ป่า นกในท้องฟ้า และสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดิน เราให้หญ้าเขียวเป็นอาหาร” และก็เป็นเช่นนั้น พระเจ้าทรงเห็นว่าทุกสิ่งที่ทรงสร้างนั้นดีมาก มีเวลาค่ำ มีเวลาเช้า นับเป็นวันที่หก ฟ้า แผ่นดิน และสิ่งประดับทั้งปวงก็สำเร็จบริบูรณ์ %paraในวันที่เจ็ดพระเจ้าทรงเสร็จสิ้นจากงานที่ทรงกระทำ พระองค์ทรงหยุดพักในวันที่เจ็ดจากงานทั้งหมดที่ทรงกระทำ
บทอ่านจากหนังสือปฐมกาล
ปฐก 1:1, 26-31ก
%paraเมื่อแรกเริ่มนั้น พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน %paraพระเจ้าตรัสว่า “เราจงสร้างมนุษย์ขึ้นตามภาพลักษณ์ของเรา ให้มีความคล้ายคลึง กับเรา ให้เป็นนายปกครองปลาในทะเล นกในท้องฟ้า สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และสัตว์เลื้อยคลานบนพื้นดิน” %paraพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ พระองค์ทรงสร้างเขาตามภาพลักษณ์ของพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง พระเจ้าทรงอวยพรเขาทั้งสองว่า “จงมีลูกมาก และทวีจำนวนขึ้นจนเต็มแผ่นดิน จงปกครองแผ่นดิน จงเป็นนายเหนือปลาในทะเล นกในอากาศ และสัตว์ทุกชนิดที่เคลื่อนไหวอยู่บนแผ่นดิน” พระเจ้ายังตรัสอีกว่า “ดูซิ เราให้ข้าวทุกชนิดซึ่งอยู่บนแผ่นดิน และผลไม้ที่มีเมล็ดเป็นอาหารสำหรับท่าน ส่วนบรรดาสัตว์ป่า นกในท้องฟ้า และสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดิน เราให้หญ้าเขียวเป็นอาหาร” และก็เป็นเช่นนั้น พระเจ้าทรงเห็นว่าทุกสิ่งที่ทรงสร้างนั้นดีมาก
(พระวาจาของพระเจ้า)
สร้อย
ข้าแต่พระเจ้า โปรดส่งพระจิตของพระองค์ และทรงเปลี่ยนโฉมหน้าของแผ่นดิน
(หรือเพลงที่ 31) ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้ารำพึงถึงความรักของพระองค์ในพระวิหาร
สดุดี
สดด 104:1-2, 5-6, 10 และ 12, 13-14, 24 และ 35ข
ก. วิญญาณของข้าพเจ้าเอ๋ย จงถวายพระพรแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้า พระองค์ทรงยิ่งใหญ่เหลือล้น
พระองค์ทรงความรุ่งเรืองและพระเกียรติยศเป็นเสมือนอาภรณ์
ทรงคลุมพระองค์ด้วยแสงสว่างต่างพระภูษา
พระองค์ทรงคลี่ท้องฟ้าให้กางออกดุจกางกระโจม
ข. พระองค์ทรงวางแผ่นดินไว้บนรากฐาน
แผ่นดินนั้นจะไม่สั่นคลอนตลอดไป
ทรงคลุมแผ่นดินไว้ด้วยทะเลลึกประดุจเสื้อผ้า น้ำท่วมอยู่เหนือยอดเขา
ค.พระองค์ทรงไขพุน้ำให้ไหลไปตามหุบเขา
น้ำก็ไหลไประหว่างภูเขา
บนฝั่งน้ำ นกในอากาศต่างก็มาสร้างรวงรัง
ส่งเสียงร้องเพลงอยู่ตามกิ่งไม้
ง. พระองค์ทรงรดน้ำให้ภูเขาจากท้องพระโรงเบื้องบน
โปรดให้แผ่นดินอิ่มด้วยผลงานของพระองค์
ทรงบันดาลให้ต้นหญ้างอกขึ้นสำหรับฝูงสัตว์
ให้ต้นไม้ที่มนุษย์เพาะปลูกเจริญเติบโต
เพื่อให้มีอาหารออกมาจากแผ่นดิน
จ. พระราชกิจของพระองค์ช่างมีมากเหลือล้น
พระองค์ทรงกระทำทุกอย่างด้วยพระปรีชาญาณ
ทรงสร้างสรรพสิ่งเต็มแผ่นดิน
วิญญาณของข้าพเจ้าเอ๋ย จงถวายพระพรแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด
สร้อย
แผ่นดินเต็มไปด้วยความรักเมตตาของพระเจ้า
(หรือเพลงที่ 67) ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงนิจนิรันดร์
สดุดี
สดด 33:4-5, 6-7, 12-13, 20-22
ก. พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเที่ยงตรง
พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ
พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม
ความรักมั่นคงขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน
ข. พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าสร้างท้องฟ้า
ลมจากพระโอษฐ์สร้างดวงดาวที่ประดับประดาอยู่บนนั้น
พระองค์ทรงรวบรวมน้ำทะเลไว้เหมือนให้อยู่ในอ่าง
และทรงเก็บทะเลลึกไว้ให้อยู่ในบ่อ
ค. ชนชาติที่มีองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระเจ้าของตนย่อมเป็นสุข
คือประชากรที่ทรงเลือกไว้เป็นสมบัติของพระองค์
องค์พระผู้เป็นเจ้าทอดพระเนตรลงมาจากสวรรค์
แลเห็นลูกหลานทั้งปวงของมนุษย์
ง. จิตใจของเราทั้งหลายกำลังรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า
พระองค์ทรงเป็นความช่วยเหลือและทรงเป็นโล่ป้องกันภัยของเรา
ใช่แล้ว จิตใจของเราชื่นชมในพระองค์
เพราะเราวางใจในพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอความรักมั่นคงของพระองค์
สถิตอยู่กับข้าพเจ้าทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายมีความหวังในพระองค์
24. บทภาวนาหลังบทอ่านที่ 1
ทุกคนยืน
ให้เราภาวนา
ข้าแต่พระผู้ทรงสรรพานุภาพสถิตนิรันดร
พระองค์ทรงจัดสร้างทุกสิ่งอย่างน่าพิศวง
ขอโปรดให้ผู้ที่ได้รับการไถ่กู้ได้เข้าใจว่า
การเนรมิตสร้างโลกในปฐมกาลนั้น
มิได้ประเสริฐกว่าการที่พระคริสตเจ้าองค์ปัสกาของข้าพเจ้าทั้งหลาย
ทรงถวายองค์เป็นยัญบูชาในยุคสุดท้ายนี้เลย
พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
ให้เราภาวนา ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงสร้างมนุษย์อย่างน่าพิศวง และทรงไถ่กู้อย่างน่าพิศวงยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าทั้งหลายขอกราบวอนให้ทรงพระกรุณา โปรดให้ตั้งใจยืนหยัดมั่นคง ต่อสู้กับมายาแห่งบาป จนสมจะบรรลุถึงความสุขนิรันดรในสวรรค์ ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
(รับ) อาเมน
ทุกคนนั่ง
บทอ่านจากหนังสือปฐมกาล
ปฐก 22:1-18
%paraเวลานั้น พระเจ้าทรงลองใจอับราฮัม พระองค์ตรัสเรียกเขาว่า “อับราฮัมเอ๋ย” อับราฮัมทูลตอบว่า “ข้าพเจ้าอยู่นี่” พระเจ้าตรัสว่า “จงพาอิสอัคบุตรของท่าน บุตรคนเดียวที่ท่านรักไปยังดินแดนโมริยาห์ แล้วถวายเขาเป็นเครื่องเผาบูชาบนภูเขาที่เราจะบอกให้ท่านรู้” %paraเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น อับราฮัมใส่อานบนหลังลา พาผู้รับใช้สองคนและอิสอัคบุตรชายไปด้วย เขาผ่าฟืนสำหรับใช้เผาบูชา แล้วออกเดินทางไปยังสถานที่ที่พระเจ้าทรงบอกให้รู้ ในวันที่สาม อับราฮัมเงยหน้าแลเห็นที่นั้นแต่ไกล อับราฮัมจึงพูดกับผู้รับใช้ว่า “จงอยู่ที่นี่เฝ้าลาไว้ด้วย ส่วนเรากับลูกจะไปนมัสการพระเจ้าที่โน่นแล้วจะกลับมา” %paraอับราฮัมให้อิสอัคแบกฟืนสำหรับใช้เผาบูชา ส่วนตนถือไฟและมีด แล้วทั้งสองเดินทางไปด้วยกัน อิสอัคพูดกับอับราฮัม บิดาของตนว่า “พ่อครับ” อับราฮัมถามว่า “อะไรหรือลูก” อิสอัคพูดต่อไปว่า “ดูซิ ที่นี่มีไฟและฟืน แต่ลูกแกะที่จะใช้เผาบูชาอยู่ที่ไหน” อับราฮัมตอบว่า “ลูกเอ๋ย พระเจ้าจะทรงจัดหาลูกแกะสำหรับเผาบูชาให้เอง” แล้วทั้งสองก็เดินทางต่อไป %paraเมื่อทั้งสองคนมาถึงสถานที่ซึ่งพระเจ้าทรงบอกให้รู้แล้ว อับราฮัมก่อแท่นบูชาขึ้น จัดเรียงฟืนไว้บนนั้น แล้วมัดอิสอัคนำมาวางไว้บนกองฟืนบนแท่นบูชา อับราฮัมยื่นมือออกไป เงื้อมีดจะฆ่าบุตร แต่ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าร้องเรียกจากสวรรค์ว่า “อับราฮัมเอ๋ย อับราฮัม” อับราฮัมตอบว่า “ข้าพเจ้าอยู่นี่” ทูตสวรรค์กล่าวว่า “อย่าลงมือฆ่าเด็กหรือทำร้ายเขาเลย บัดนี้ เรารู้แล้วว่า ท่านยำเกรงพระเจ้า และมิได้หวงบุตรคนเดียวของท่านไว้ ไม่ถวายแก่เรา” อับราฮัมเงยหน้าขึ้น แลเห็นแกะตัวผู้ตัวหนึ่ง เขาของมันติดอยู่ในพุ่มไม้ อับราฮัมจึงไปจับมันมาฆ่าเผาถวายบูชาแทนบุตรชาย อับราฮัมเรียกสถานที่นั้นว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจัดเตรียมไว้” แม้กระทั่งทุกวันนี้คนทั้งหลายก็ยังพูดกันว่า “บนภูเขาองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจัดเตรียมไว้” %paraทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าจากสวรรค์ เรียกอับราฮัมเป็นครั้งที่สองว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส เพราะท่านได้ทำดังนี้ คือมิได้หวงบุตรชายคนเดียวของท่านไว้ เราสาบานต่อเราเองว่า เราอวยพรให้ท่านอย่างมาก จะให้ลูกหลานของท่านทวีจำนวนมากเท่ากับดวงดาวบนท้องฟ้า และเม็ดทรายตามชายทะเล ลูกหลานของท่านจะได้เมืองของศัตรูเป็นกรรมสิทธิ์ ชนทุกชาติบนแผ่นดินจะได้รับพระพร เพราะลูกหลานของท่าน ทั้งนี้ เพราะท่านเชื่อฟังคำสั่งของเรา”
บทอ่านจากหนังสือปฐมกาล
ปฐก 22:1-2, 9ก, 10-13, 15-18
%paraเวลานั้น พระเจ้าทรงลองใจอับราฮัม พระองค์ตรัสเรียกเขาว่า “อับราฮัมเอ๋ย” อับราฮัมทูลตอบว่า “ข้าพเจ้าอยู่นี่” พระเจ้าตรัสว่า “จงพาอิสอัคบุตรของท่าน บุตรคนเดียวที่ท่านรักไปยังดินแดนโมริยาห์ แล้วถวายเขาเป็นเครื่องเผาบูชาบนภูเขาที่เราจะบอกให้ท่านรู้” %paraเมื่อทั้งสองคนมาถึงสถานที่ซึ่งพระเจ้าทรงบอกให้รู้แล้ว อับราฮัมก่อแท่นบูชาขึ้น จัดเรียงฟืนไว้บนนั้น แล้วมัดอิสอัคนำมาวางไว้บนกองฟืนบนแท่นบูชา อับราฮัมยื่นมือออกไป เงื้อมีดจะฆ่าบุตร แต่ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าร้องเรียกจากสวรรค์ว่า “อับราฮัมเอ๋ย อับราฮัม” อับราฮัมตอบว่า “ข้าพเจ้าอยู่นี่” ทูตสวรรค์กล่าวว่า “อย่าลงมือฆ่าเด็กหรือทำร้ายเขาเลย บัดนี้ เรารู้แล้วว่า ท่านยำเกรงพระเจ้า และมิได้หวงบุตรคนเดียวของท่านไว้ ไม่ถวายแก่เรา” อับราฮัมเงยหน้าขึ้น แลเห็นแกะตัวผู้ตัวหนึ่ง เขาของมันติดอยู่ในพุ่มไม้ อับราฮัมจึงไปจับมันมาฆ่าเผาถวายบูชาแทนบุตรชาย %paraทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าจากสวรรค์เรียกอับราฮัมเป็นครั้งที่สองว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส เพราะท่านได้ทำดังนี้ คือมิได้หวงบุตรชายคนเดียวของท่านไว้ เราสาบานต่อเราเองว่า เราอวยพรให้ท่านอย่างมาก จะให้ลูกหลานของท่านทวีจำนวนมากเท่ากับดวงดาวบนท้องฟ้าและเม็ดทรายตามชายทะเล ลูกหลานของท่านจะได้เมืองของศัตรูเป็นกรรมสิทธิ์ ชนทุกชาติบนแผ่นดินจะได้รับพระพร เพราะลูกหลานของท่าน ทั้งนี้ เพราะท่านเชื่อฟังคำสั่งของเรา”
(พระวาจาของพระเจ้า)
สร้อย
ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงคุ้มครองข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าวางใจในพระองค์
(หรือเพลงที่ 35) ข้าพเจ้าพร้อมแล้ว พระเจ้าข้า ข้าพเจ้ายินดีทำตามน้ำพระทัย
สดุดี
สดด 16:5และ8, 9-10, 11
ก. พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเที่ยงตรง
พระราชกิจของพระองค์น่าเชื่อถือ
พระองค์ทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม
ความรักมั่นคงขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปี่ยมล้นทั่วแผ่นดิน
ข. พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าสร้างท้องฟ้า
ลมจากพระโอษฐ์สร้างดวงดาวที่ประดับประดาอยู่บนนั้น
พระองค์ทรงรวบรวมน้ำทะเลไว้เหมือนให้อยู่ในอ่าง
และทรงเก็บทะเลลึกไว้ให้อยู่ในบ่อ
ค. ชนชาติที่มีองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระเจ้าของตนย่อมเป็นสุข
คือประชากรที่ทรงเลือกไว้เป็นสมบัติของพระองค์
องค์พระผู้เป็นเจ้าทอดพระเนตรลงมาจากสวรรค์
แลเห็นลูกหลานทั้งปวงของมนุษย์
ง. จิตใจของเราทั้งหลายกำลังรอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้า
พระองค์ทรงเป็นความช่วยเหลือและทรงเป็นโล่ป้องกันภัยของเรา
ใช่แล้ว จิตใจของเราชื่นชมในพระองค์
เพราะเราวางใจในพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอความรักมั่นคงของพระองค์
สถิตอยู่กับข้าพเจ้าทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายมีความหวังในพระองค์
25. บทภาวนาหลังบทอ่านที่ 2
ทุกคนยืน
ให้เราภาวนา ข้าแต่พระผู้ทรงสรรพานุภาพสถิตนิรันดร พระองค์ทรงจัดสร้างทุกสิ่งอย่างน่าพิศวง ขอโปรดให้ผู้ที่ได้รับการไถ่กู้ได้เข้าใจว่า การเนรมิตสร้างโลกในปฐมกาลนั้น มิได้ประเสริฐกว่าการที่พระคริสตเจ้าองค์ปัสกาของข้าพเจ้าทั้งหลาย ทรงถวายองค์เป็นยัญบูชาในยุคสุดท้ายนี้เลย พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
(รับ) อาเมน
ทุกคนนั่ง
(บทอ่านที่สาม ต้องอ่าน เว้นไม่ได้)
บทอ่านจากหนังสืออพยพ
อพย 14:15-15:1
%paraเวลานั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่โมเสสว่า “ทำไมท่านจึงร้องขอความช่วยเหลือจากเรา จงสั่งชาวอิสราเอลให้เดินหน้าต่อไปเถิด ท่านจงยกไม้เท้าขึ้นแล้ว ยื่นมือออกไปเหนือทะเล ทำให้ทะเลแยกจากกัน ชาวอิสราเอลจะได้เดินกลางทะเล บนพื้นดินแห้ง เราจะบันดาลให้ชาวอียิปต์มีใจดื้อดึงไล่ตามไป เราจะสำแดงสิริรุ่งโรจน์ โดยมีชัยชนะต่อพระเจ้าฟาโรห์และกองทัพทั้งหมดของพระองค์ รถศึกและผู้ขับขี่ทั้งสิ้น เมื่อเราสำแดงสิริรุ่งโรจน์ของเราโดยมีชัยชนะต่อพระเจ้าฟาโรห์ รถศึกและผู้ขับขี่แล้ว ชาวอียิปต์จะรู้ว่าเราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า” %paraทูตสวรรค์ของพระเจ้า ซึ่งนำหน้ากองทัพอิสราเอลกลับมาอยู่ด้านหลังและเสาเมฆที่อยู่ข้างหน้าก็กลับมาอยู่ข้างหลังพวกเขา กั้นอยู่ระหว่างกองทัพชาวอียิปต์กับกองทัพชาวอิสราเอล เมฆนั้นนำความมืดมาให้ชาวอียิปต์ แต่ส่องสว่างตลอดคืนให้ชาวอิสราเอล กองทัพทั้งสองเข้าใกล้กันไม่ได้ตลอดคืนนั้น โมเสสยื่นมือไปเหนือทะเล องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบันดาลให้ลมตะวันออกพัดแรงตลอดคืน ทำให้น้ำทะเลไหลกลับไป และทำให้ทะเลกลับเป็นพื้นดินแห้ง น้ำแยกจากกัน ชาวอิสราเอลก็เดินบนพื้นดินแห้งกลางทะเล โดยมีน้ำอยู่ด้านขวาและด้านซ้าย เป็นเหมือนกำแพง ชาวอียิปต์ไล่ตามชาวอิสราเอลลงไปในทะเล พร้อมกับม้าทั้งหมดของพระเจ้าฟาโรห์ รถศึกและผู้ขับขี่ ก่อนรุ่งเช้าองค์พระผู้เป็นเจ้าทอดพระเนตรดูกองทัพอียิปต์จากเสาเพลิงและเสาเมฆ ทรงบันดาลให้กองทัพอียิปต์เกิดโกลาหลขึ้น ทรงกระทำให้ล้อรถศึกฝืด จนแล่นไปแทบไม่ไหว ชาวอียิปต์จึงพูดกันว่า “เราจงหนีชาวอิสราเอลไปกันเถิด เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสู้รบกับเราแทนพวกเขา” %paraองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงยื่นมือไปเหนือทะเลเถิด น้ำทะเลจะไหลกลับมาท่วมชาวอียิปต์ ทั้งรถศึกและผู้ขับขี่” โมเสสยื่นมือไปเหนือทะเล ครั้นรุ่งเช้า น้ำทะเลก็ไหลกลับมาที่เดิม ชาวอียิปต์พากันหนี แต่กลับเข้าไปหากระแสน้ำ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกวาดชาวอียิปต์ลงกลางทะเล น้ำไหลกลับท่วมรถศึกผู้ขับขี่ กับกองทัพทั้งหมดของพระเจ้าฟาโรห์ที่ไล่ตามชาวอิสราเอลลงไปในทะเล ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตเลย แต่ชาวอิสราเอลเดินผ่านทะเลไปบนพื้นดินแห้ง มีน้ำอยู่ด้านขวา และด้านซ้าย เป็นเหมือนกำแพง ในวันนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงช่วยชาวอิสราเอลให้รอดพ้นเงื้อมมือของชาวอียิปต์ ชาวอิสราเอลเห็นชาวอียิปต์ตายอยู่ที่ชายทะเล ชาวอิสราเอลเห็นพระอานุภาพยิ่งใหญ่ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสำแดงต่อชาวอียิปต์ ประชากรทั้งปวงจึงมีความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า มีความเชื่อในพระองค์และมีความเชื่อในโมเสส ผู้รับใช้ของพระองค์ แล้วโมเสสกับชาวอิสราเอลจึงร้องเพลงบทนี้ถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “ข้าพเจ้าขอร้องเพลงถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงโยนม้าและผู้ขับขี่ลงในทะเล”
(พระวาจาของพระเจ้า)
สร้อย
ข้าพเจ้าขอร้องเพลงถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่
(หรือเพลงที่ 62) ข้าขอซ้องสดุดี องค์พระเจ้า ทรงช่วยเราด้วยฤทธามหาศาล
ทหารม้าอาชาไนยต้องวายปราณ ศัตรูพาลปราชัยในสาคร
ทหารม้าอาชาไนยต้องวายปราณ ศัตรูพาลปราชัยในสาคร
สดุดี
สดด 16:5และ8, 9-10, 11
ก. ข้าพเจ้าขอร้องเพลงถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า
เพราะพระองค์ทรงชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่
พระองค์ทรงโยนม้าและผู้ขับขี่ลงในทะเล
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพละกำลังและบทเพลงของข้าพเจ้า
พระองค์ทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดพ้น
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอสรรเสริญพระองค์
ทรงเป็นพระเจ้าของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอเทิดเกียรติพระองค์
ข. องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นนักรบ
พระนามของพระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า
พระองค์ทรงโยนรถศึกและกองทัพของพระเจ้าฟาโรห์ลงทะเล
ยอดทหารจมน้ำตายในทะเลต้นกก
ค. ทะเลลึกท่วมเขา เขาจมลงเหมือนกับก้อนหิน
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทำลายศัตรูโดยสิ้นเชิง
ง. พระองค์ทรงนำเขาเข้ามาปลูกไว้บนภูเขาซึ่งเป็นมรดกของพระองค์
เป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงเตรียมไว้เป็นที่พำนัก ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า
เป็นสักการสถานที่พระหัตถ์ของพระองค์ทรงสร้างไว้
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจะทรงครองราชย์ตลอดนิรันดร
26. บทภาวนาหลังบทอ่านที่ 3
ทุกคนยืน
ให้เราภาวนา
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายรู้สึกว่า
อัศจรรย์ที่ทรงกระทำในกาลก่อนนั้น
ยังติดตราตรึงใจข้าพเจ้าทั้งหลายอยู่จนทุกวันนี้
ในอดีตพระองค์ทรงแสดงพระอานุภาพ ช่วยประชากรชาติเดียว
ให้พ้นจากการเบียดเบียนข่มเหงของกษัตริย์ฟาโรห์
บัดนี้พระองค์ทรงช่วยนานาชาติให้รอดพ้นด้วยน้ำแห่งการบังเกิดใหม่
ขอโปรดให้มนุษย์ทุกชาติทั่วโลกเข้ามาเป็นบุตรของอับราฮัม
ได้รับเกียรติเป็นประชากรอิสราเอลของพระองค์ด้วยเถิด
ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
ให้เราภาวนา ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเผยอัศจรรย์ต่างๆ ที่ทรงกระทำในกาลก่อน ให้เป็นที่เข้าใจแจ่มแจ้งในพันธสัญญาใหม่ กล่าวคือ ทะเลแดงเป็นรูปแบบ หมายถึง อ่างน้ำศีลล้างบาป และชนชาติที่ทรงช่วยให้หลุดพ้นจากการเป็นทาส เป็นรูปแบบ หมายถึง ประชากรคริสตชน ขอโปรดให้ชนทุกชาติได้รับอภิสิทธิ์ของชาติอิสราเอลด้วยความเชื่อ และบังเกิดใหม่ เข้ามามีส่วนรับพระจิตเจ้าด้วยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
(รับ) อาเมน
ทุกคนนั่ง
(บทอ่านที่สี่)
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์
อสย 54:5-14
พระผู้สร้างเจ้าเป็นพระสวามีของเจ้า
%paraพระนามของพระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าจอมจักรวาล
พระผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลเป็นพระผู้ไถ่เจ้า
%paraพระองค์ทรงพระนามว่าพระเจ้าแห่งสากลโลก
ใช่แล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเรียกเจ้า
%paraเหมือนเรียกภรรยาซึ่งถูกทอดทิ้งและเป็นทุกข์ใจ
พระเจ้าของเจ้าตรัสว่า
%para“ภรรยาที่แต่งงานในวัยเยาว์จะถูกทอดทิ้งได้หรือ
เราได้ละทิ้งเจ้าอยู่ชั่วครู่เดียว
%paraแต่เราจะรับเจ้าคืนมาด้วยความสงสารอย่างยิ่ง
เมื่อเราโกรธมาก เราไม่ให้เจ้าเห็นหน้าอยู่ครู่หนึ่ง
%paraแต่เราสงสารเจ้าด้วยความรักมั่นคงนิรันดร”
องค์พระผู้เป็นเจ้า พระผู้ไถ่เจ้าตรัสดังนี้
%para“สำหรับเราจะเป็นเหมือนในสมัยของโนอาห์
เราปฏิญาณว่าน้ำเหมือนในสมัยของโนอาห์
%paraจะไม่ท่วมแผ่นดินอีกเลยฉันใด
เราก็ปฏิญาณว่าเราจะไม่โกรธเจ้า และจะไม่ตำหนิเจ้าอีกฉันนั้น
%paraแม้ภูเขาจะเคลื่อนย้าย และเนินเขาจะคลอนแคลน
ความรักมั่นคงของเราจะไม่พรากไปจากเจ้า
%paraและพันธสัญญาที่เราสัญญาจะประทานสันติภาพแก่เจ้า
จะไม่คลอนแคลนเลย”
%paraองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสงสารเจ้าตรัสดังนี้
“เจ้าผู้เป็นทุกข์ใจ ถูกพายุโหมกระหน่ำ ไม่มีผู้ปลอบโยน
ดูซิ เราจะวางก้อนหินของเจ้าไว้บนพลวง
%paraและวางรากฐานของเจ้าไว้บนนิล
เราจะใช้ทับทิมทำยอดกำแพงเมือง
%paraใช้โกเมนทำประตูเมือง ใช้เพชรนิลจินดาทำกำแพงทั้งสิ้นของเจ้า
บรรดาบุตรของเจ้าจะได้รับคำสั่งสอนจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
%paraบุตรของเจ้าจะมีความสุข ความเจริญอย่างยิ่ง
เจ้าจะได้รับการสถาปนาไว้บนความชอบธรรม
%paraจะอยู่ห่างไกลจากการถูกข่มเหงและจะไม่ต้องกลัว
จะอยู่ห่างจากความหวาดกลัว เพราะสิ่งนี้จะไม่เข้ามาใกล้เจ้า”
(พระวาจาของพระเจ้า)
สร้อย
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้ายกย่องสรรเสริญพระองค์ เพราะพระองค์ทรงช่วยข้าพเจ้าไว้
(หรือเพลงที่ 39) องค์พระเจ้าทรงเป็นพละกำลัง และบทเพลงของข้าพเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้ช่วยข้าพเจ้าให้รอด
สดุดี
สดด 30:1 และ 3, 4-5, 10 และ 11ก และ 12ข
ก. ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้ายกย่องสรรเสริญพระองค์
เพราะพระองค์ทรงเชิดชูข้าพเจ้า
พระองค์ไม่ทรงปล่อยให้เหล่าศัตรูชื่นชมที่เห็นข้าพเจ้าประสบเคราะห์ร้าย
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงดึงข้าพเจ้าขึ้นมาจากแดนมรณะ
พระองค์ประทานชีวิต มิให้ข้าพเจ้าต้องลงไปในขุมลึก
ข. ท่านทั้งหลายผู้จงรักภักดีต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
จงขับร้องสดุดีถวายพระองค์เถิด
จงสรรเสริญพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
พระพิโรธคงอยู่เพียงชั่วขณะหนึ่ง
แต่ความโปรดปรานของพระองค์ดำรงอยู่ตลอดชีวิต
น้ำตาอาจมาถึงในเวลาเย็น แต่ความยินดีจะมาในเวลาเช้า
ค. ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดทรงฟังเถิด โปรดทรงเมตตาข้าพเจ้าด้วย
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าเถิด
พระองค์ทรงเปลี่ยนการร่ำไห้ของข้าพเจ้าให้เป็นการเริงระบำ
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระองค์ตลอดไป
27. บทภาวนาหลังบทอ่านที่ 4
ทุกคนยืน
ให้เราภาวนา ข้าแต่พระผู้ทรงสรรพานุภาพสถิตนิรันดร ขอทรงเพิ่มพูนพระเกียรติแด่พระนามของพระองค์ โดยทรงปฏิบัติตามที่ทรงสัญญาไว้กับบรรพบุรุษ และทวีจำนวนบุตรบุญธรรมแห่งพระสัญญาให้มากขึ้น เพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายจะได้รู้ว่า พระสัญญาที่บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ในอดีตมีความมั่นใจว่าจะเป็นจริงนั้น ส่วนใหญ่ได้สำเร็จไปแล้วในพระศาสนจักร ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
(รับ) อาเมน
ทุกคนนั่ง
(บทอ่านที่ห้า)
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์
อสย 55:1-11
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า
%para“ท่านทั้งหลายที่กระหาย จงมาดื่มน้ำ
แม้ผู้ไม่มีเงิน จงมาเถิด จงมาซื้อและกิน
%paraแม้ไม่มีเงิน จงมาซื้อเหล้าองุ่นและน้ำนมโดยไม่ต้องเสียเงิน
ทำไมท่านต้องเสียเงินสำหรับสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร
%paraและใช้ค่าจ้างแรงงานเพื่อซื้อสิ่งที่ไม่ทำให้อิ่ม
จงตั้งใจฟังเรา แล้วท่านจะได้กินสิ่งดี จะลิ้มอาหารรสอร่อย
%paraจงเงี่ยหูมาหาเราเถิด จงฟัง แล้วท่านจะมีชีวิต
เราจะทำพันธสัญญานิรันดรกับท่าน
%paraทำให้ความรักมั่นคงที่เราได้สัญญาไว้แก่ดาวิดเป็นความจริง
ดูซิ เราได้แต่งตั้งเขาให้เป็นพยานต่อชนชาติทั้งหลาย
%paraเป็นผู้นำและเป็นผู้บังคับบัญชาชนชาติทั้งปวง
ดูซิ ท่านจะร้องเรียกชนชาติที่ท่านไม่รู้จัก
%paraและชนชาติที่ไม่รู้จักท่านจะวิ่งมาหาท่าน
เพราะเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน
%paraพระผู้ศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอล เพราะพระองค์ทรงทำให้ท่านรุ่งเรือง
จงแสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อพระองค์ทรงยอมให้เราพบ
%paraจงทูลขอ เมื่อพระองค์ทรงอยู่ใกล้
คนชั่วร้ายจงละทิ้งทางของตน และคนอธรรมจงละทิ้งความคิดของตน
%paraเขาจงกลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า
พระองค์จะทรงสงสารเขา และจงกลับมาหาพระเจ้าของเรา
%paraเพราะพระองค์ประทานอภัยให้มากมาย
ความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของท่าน
%paraทางของท่านก็ไม่ใช่ทางของเรา”
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส
%paraสวรรค์อยู่สูงกว่าแผ่นดินฉันใด
ทางของเราก็อยู่สูงกว่าทางของท่าน
%paraและความคิดของเราก็อยู่เหนือความคิดของท่านฉันนั้น
“ฝนและหิมะลงมาจากท้องฟ้า
%paraและไม่กลับไปที่นั่นถ้าไม่ได้รดแผ่นดิน
ทำให้แผ่นดินอุดม ทำให้พืชงอกขึ้น
%paraเพื่อให้ผู้หว่านมีเมล็ดพันธุ์ และให้ผู้กินมีอาหารฉันใด
ถ้อยคำที่ออกจากปากของเรา
%paraจะไม่กลับมาหาเราโดยไม่เกิดผล ไม่ทำตามที่เราปรารถนา
และไม่บรรลุจุดประสงค์ที่เราส่งมาฉันนั้น”
(พระวาจาของพระเจ้า)
สร้อย
ท่านทั้งหลายจะยินดีตักน้ำจากพุน้ำที่นำความรอดพ้น
(หรือเพลงที่ 37) มีลำธารน้ำที่ทำให้นครของพระเจ้าชื่นชมยินดี
สดุดี
อสย 12:2-3, 4 ขคง, 5-6
ก. ดูซิ พระเจ้าทรงเป็นความรอดพ้นของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะวางใจและไม่กลัว
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพละกำลังและทรงเป็นบทเพลงของข้าพเจ้า
พระองค์ทรงเป็นความรอดพ้นของข้าพเจ้าแล้ว
ท่านทั้งหลายจะยินดีตักน้ำจากพุน้ำที่นำความรอดพ้น
ข. จงขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้า
จงเรียกขานพระนามของพระองค์
จงประกาศพระราชกิจยิ่งใหญ่ของพระองค์ในหมู่ชนชาติทั้งหลาย
จงประกาศว่าพระนามของพระองค์สูงส่ง
ค. จงร้องเพลงสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า
เพราะพระองค์ทรงทำกิจการยิ่งใหญ่
ให้เป็นที่รู้จักทั่วไปในแผ่นดิน
ชาวศิโยนเอ๋ย จงโห่ร้องและร้องเพลงด้วยความชื่นบาน
เพราะพระผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอลนั้นทรงความยิ่งใหญ่ในหมู่ท่านทั้งหลาย
28. บทภาวนาหลังบทอ่านที่ 5
ทุกคนยืน
ให้เราภาวนา ข้าแต่พระผู้ทรงสรรพานุภาพสถิตนิรันดร พระองค์ทรงเป็นความหวังประการเดียวของโลก ทรงใช้บรรดาประกาศก ให้ประกาศพระธรรมล้ำลึกที่สำเร็จลงแล้วในปัจจุบัน ขอทรงพระกรุณาโปรดให้ประชากรของพระองค์ ปรารถนาความรอดพ้นทวีขึ้น เพราะหากพระองค์ไม่ทรงดลใจแล้ว ก็จะไม่มีผู้ใดเจริญก้าวหน้าในคุณธรรมได้ ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
(รับ) อาเมน
ทุกคนนั่ง
(บทอ่านที่หก)
บทอ่านจากหนังสือประกาศกบารุค
บรค 3:9-15, 32-4:4
อิสราเอลเอ๋ย จงฟังบทบัญญัติที่ให้ชีวิต
%paraจงตั้งใจฟังเถิด จะได้เรียนรู้ความรอบคอบ
อิสราเอลเอ๋ย ทำไมท่านจึงต้องมาอยู่ในแผ่นดินของศัตรู
%paraต้องแก่ชราลงในแผ่นดินของชนต่างชาติ
ทำไมท่านจึงเป็นมลทินอยู่กับคนตาย
%paraและถูกนับว่าเป็นคนหนึ่งที่ต้องไปอยู่ในแดนมรณะ
ท่านได้ละทิ้งบ่อเกิดแห่งปรีชาญาณ
%paraถ้าท่านเดินในหนทางของพระเจ้า
ท่านก็คงจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขตลอดไป
%paraจงเรียนรู้ว่าความรอบคอบอยู่ที่ใด
พละกำลังอยู่ที่ใด ปัญญาอยู่ที่ใด
%paraท่านจะได้เข้าใจอีกว่าอายุยืนและชีวิตอยู่ที่ใด
แสงสว่างของดวงตาและสันติสุขอยู่ที่ใดด้วย
%paraผู้ใดเล่าค้นพบที่พำนักของปรีชาญาณ
ผู้ใดเล่าเข้าไปถึงคลังแห่งปรีชาญาณ
%paraแต่พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง ทรงรู้จักปรีชาญาณ
ทรงค้นพบปรีชาญาณด้วยพระปัญญา
%paraพระองค์ทรงตั้งแผ่นดินให้คงอยู่ตลอดไป
ทรงบันดาลให้มีสัตว์สี่เท้าอยู่เต็มแผ่นดิน
%paraเมื่อทรงส่งแสงสว่าง แสงสว่างก็ไป
เมื่อทรงเรียกแสงสว่างขึ้นมา แสงสว่างก็เชื่อฟังจนตัวสั่น
%paraดวงดาวส่องแสงจากที่ซ่อนด้วยความยินดี
พระองค์ทรงเรียกดวงดาว ดวงดาวก็ตอบว่า “พวกเราอยู่ที่นี่”
%paraแล้วส่องแสงด้วยความยินดีสำหรับพระผู้สร้าง
พระองค์ผู้นี้คือพระเจ้าของเรา
%paraไม่มีผู้ใดเทียมเท่าพระองค์ได้
พระองค์ทรงค้นพบหนทางทั้งหมดของปรีชาญาณ
%paraพระองค์ประทานปรีชาญาณแก่ยาโคบผู้รับใช้ของพระองค์
แก่อิสราเอล ประชากรที่ทรงรัก
%paraเพราะเหตุนี้ ปรีชาญาณจึงปรากฏบนแผ่นดินมาอยู่กับมวลมนุษย์
ปรีชาญาณเป็นหนังสือข้อกำหนดของพระเจ้า
%paraเป็นธรรมบัญญัติที่ดำรงอยู่ตลอดไป
ผู้ที่ยึดปรีชาญาณมั่นไว้ก็จะมีชีวิต
%paraผู้ใดละทิ้งปรีชาญาณก็จะตาย
ยาโคบเอ๋ย จงกลับมารับปรีชาญาณไว้เถิด
%paraจงดำเนินในแสงสว่างของปรีชาญาณไปสู่ความรุ่งโรจน์
อย่าให้สิริรุ่งโรจน์ของท่านแก่ผู้อื่น
%paraอย่าให้อภิสิทธิ์ของท่านแก่ชนต่างชาติ
อิสราเอลเอ๋ย พวกเราช่างเป็นสุข
%paraเพราะพระเจ้าทรงเปิดเผยสิ่งที่พอพระทัยให้เรารู้
(พระวาจาของพระเจ้า)
สร้อย
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงมีพระวาจาทรงชีวิตนิรันดร
(หรือเพลงที่ 15) องค์พระเจ้าเป็นความสว่างและเป็นความรอดของข้าพเจ้า
สดุดี
สดด 19:8, 9, 10, 11
ก. ข้อบังคับขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นสุจริต ทำให้ดวงจิตปีติยินดี
บทบัญญัติของพระองค์ก็ชัดเจน ให้แสงสว่างแก่ดวงตา
ข. ความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นบริสุทธิ์ ดำรงอยู่ตลอดไป
กฎเกณฑ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็สัตย์จริง เที่ยงธรรมทุกประการ
เป็นที่พึงปรารถนามากกว่าทองคำ
ค. น่าปรารถนายิ่งกว่าทองคำบริสุทธิ์มากมาย
หวานล้ำกว่าน้ำผึ้งที่หยดลงมาจากรวง
ง. แม้ผู้รับใช้ของพระองค์ก็ยังยอมรับการอบรมจากกฎเหล่านี้
และรับบำเหน็จยิ่งใหญ่ในการปฏิบัติตาม
29. บทภาวนาหลังบทอ่านที่ 6
ทุกคนยืน
ให้เราภาวนา ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเรียกนานาชาติ ให้เข้ามาเพิ่มจำนวนสมาชิกพระศาสนจักรอยู่เสมอ ขอทรงพระกรุณาคุ้มครองป้องกัน ผู้ที่พระองค์ทรงใช้น้ำศีลล้างบาปชำระล้างให้บริสุทธิ์แล้วไว้ตลอดไป ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
(รับ) อาเมน
ทุกคนนั่ง
(บทอ่านที่เจ็ด)
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเอเสเคียล
อสค 36:16-17ก, 18-28
%paraองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เมื่อพงศ์พันธุ์อิสราเอลอยู่ในแผ่นดินของตน เขาทำให้แผ่นดินนั้นเป็นมลทินด้วยความประพฤติ และการกระทำของเขา เราจึงระบายความกริ้วของเราลงเหนือเขาเพราะเลือดที่เขาได้หลั่งบนแผ่นดิน และเพราะรูปเคารพซึ่งเขาทำให้แผ่นดินเป็นมลทิน เราจึงทำให้เขากระจัดกระจายไปในหมู่นานาชาติ และเขาถูกแยกย้ายไปอยู่ในแผ่นดินต่างๆ เราได้พิพากษาเขาตามความประพฤติและการกระทำของเขา แต่เมื่อเขามาถึง นานาชาติที่เขามาอยู่ด้วย เขาได้ทำให้นามศักดิ์สิทธิ์ของเราเป็นมลทิน เพราะคนทั้งหลายพูดว่า ‘คนเหล่านี้เป็นประชากรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ถึงกระนั้น เขาก็ยังถูกขับไล่ออกไปจากแผ่นดินของพระองค์’ แต่เรายังคำนึงถึงนามศักดิ์สิทธิ์ของเรา ที่พงศ์พันธุ์อิสราเอลทำให้เป็นมลทินในหมู่นานาชาติ ซึ่งเขาไปอาศัยอยู่ด้วย ดังนั้น จงประกาศแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า ‘พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เราทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเห็นแก่ท่าน’ แต่เพราะเห็นแก่นามศักดิ์สิทธิ์ของเราที่ท่านได้ทำให้เป็นมลทินในหมู่นานาชาติที่ท่านไปอาศัยอยู่ด้วย เราจะทำให้นามยิ่งใหญ่ของเราศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง นามที่ได้เป็นมลทินในหมู่นานาชาติ และที่ท่านทำให้เป็นมลทินในหมู่เขา แล้วนานาชาติจะรู้ว่าเราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า” องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัส “เมื่อเราจะแสดงความศักดิ์สิทธิ์ของเราในท่านต่อหน้าเขาทั้งหลาย เราจะนำท่านทั้งหลายออกมาจากนานาชาติ เราจะรวบรวมท่านมาจากทุกแผ่นดิน และนำท่านเข้ามาในแผ่นดินของท่าน เราจะพรมน้ำสะอาดเหนือท่านทั้งหลาย แล้วท่านจะสะอาดพ้นจากมลทินทั้งหมด เราจะชำระท่านจากรูปเคารพทั้งหลายของท่าน เราจะให้ใจใหม่แก่ท่าน เราจะใส่จิตใหม่ไว้ภายในท่าน เราจะนำใจหินออกไปจากร่างของท่าน และจะให้ใจเนื้อแก่ท่าน เราจะใส่จิตของเราภายในท่าน จะทำให้ท่านดำเนินชีวิตตามข้อกำหนดของเรา ท่านจะรกั ษาและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของเรา ท่านจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เราให้แก่บรรพบุรุษของท่าน ท่านจะเป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของท่าน”
(พระวาจาของพระเจ้า)
ถ้าไม่มีพิธีโปรดศีลล้างบาป ให้อ่านบทสร้อยต่อไปนี้
สร้อย
กวางย่อมกระหายหาธารน้ำฉันใด ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าก็ย่อมกระหายหาพระองค์ฉันนั้น
(หรือเพลงที่ 38) จิตใจข้าพเจ้ากระหายหาพระเจ้าผู้ทรงชีวิต เมื่อใดเล่าจะได้ประสบพระพักตร์พระองค์
สดุดี
สดด 42:2, 4; 43:3, 4
ก. ข้าพเจ้ากระหายพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงชีวิต
เมื่อใดเล่าข้าพเจ้าจะได้ไปชมพระพักตร์ของพระเจ้า
ข. เรื่องหนึ่งข้าพเจ้ายังจำได้ เมื่อระบายความในใจ
คือข้าพเจ้าเคยเดินไปกับประชาชน
นำหน้าเขาไปถึงบ้านของพระเจ้า
ประชาชนกำลังเฉลิมฉลองโห่ร้องยินดีและสรรเสริญพระเจ้า
ค. โปรดส่งความสว่างและความจริงของพระองค์ลงมา
เพื่อช่วยชี้ทิศทางให้แก่ข้าพเจ้า
และนำข้าพเจ้าไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
ไปยังสถานที่อันเป็นแหล่งพำนักของพระองค์
ง. แล้วข้าพเจ้าจะเข้าไปยังพระแท่นบูชาของพระเจ้า
ไปพบพระเจ้าผู้ทรงเป็นความยินดีปรีดาของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระองค์ด้วยเพลงพิณ
ข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้า
ถ้ามีพิธีโปรดศีลล้างบาป ให้ใช้บทสร้อยต่อไปนี้
สร้อย
ท่านทั้งหลายจะยินดีตักน้ำจากพุน้ำที่นำความรอดพ้น
(หรือเพลงที่ 37) มีลำธารน้ำที่ทำให้นครของพระเจ้าชื่นชมยินดี
สดุดี
อสย 12:2-3, 4ขคง, 5-6
ก. ดูซิ พระเจ้าทรงเป็นความรอดพ้นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะวางใจและไม่กลัว
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพละกำลังและทรงเป็นบทเพลงของข้าพเจ้า
พระองค์ทรงเป็นความรอดพ้นของข้าพเจ้าแล้ว
ท่านทั้งหลายจะยินดีตักน้ำจากพุน้ำที่นำความรอดพ้น
ข. จงขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้า จงเรียกขานพระนามของพระองค์
จงประกาศพระราชกิจยิ่งใหญ่ของพระองค์ในหมู่ชนชาติทั้งหลาย
จงประกาศว่าพระนามของพระองค์สูงส่ง
ค. จงร้องเพลงสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า
เพราะพระองค์ทรงทำกิจการยิ่งใหญ่ ให้เป็นที่รู้จักทั่วไปในแผ่นดิน
ชาวศิโยนเอ๋ย จงโห่ร้องและร้องเพลงด้วยความชื่นบาน
เพราะพระผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอลนั้นทรงความยิ่งใหญ่ในหมู่ท่านทั้งหลาย
30. บทภาวนาหลังบทอ่านที่ 7
ทุกคนยืน
ให้เราภาวนา
ข้าแต่พระเจ้า
พระองค์ทรงเป็นพลังซึ่งไม่เปลี่ยนแปลง และเป็นแสงสว่างนิรันดร
ขอทรงพระกรุณาทอดพระเนตรทั่วพระศาสนจักร
ซึ่งเป็นเครื่องหมายความรอดพ้นของมวลมนุษย์
และทรงบันดาลให้งานกอบกู้
ที่ทรงพระกรุณากำหนดไว้สำเร็จอย่างราบรื่น
เพื่อมนุษย์ทั่วโลกจะได้เห็นและยอมรับว่า
พระองค์ทรงยกสิ่งที่ตกต่ำแล้วขึ้นมาอีก
ทรงปรับปรุงสิ่งที่เก่าแก่ให้ใหม่ขึ้น
และทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับมารับความบริบูรณ์
โดยทางพระคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็นจุดเริ่มของทุกสิ่ง
พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
ให้เราภาวนา ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงบันดาลให้คืนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนี้ สว่างไสวด้วยพระสิริรุ่งโรจน์ แห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้า ขอโปรดให้บรรดาบุตรในครอบครัวของพระองค์ ได้ฟื้นฟูความสำนึกของการเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อทุกคนจะได้ปรับปรุงตนทั้งร่างกายและจิตใจ มีความซื่อสัตย์รับใช้พระองค์ตลอดไป ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรผู้ทรงจำเริญและครองราชย์ เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวกับพระองค์ และพระจิต ตลอดนิรันดร
(รับ) อาเมน
31. เมื่ออ่านบทสุดท้ายจากพันธสัญญาเดิมพร้อมด้วยบทเพลงและบทภาวนากำกับจบแล้วให้จุดเทียนบนพระแท่นบูชา
พระสงฆ์ก่อบท “พระสิริรุ่งโรจน์” ทุกคนขับร้องหรือสวดต่อไป ขณะที่ตีระฆังตามประเพณีของท้องถิ่น
32. ต่อจากนั้นพระสงฆ์สวด “บทภาวนาของประธาน” ตามปรกติ
6. พระสงฆ์พนมมือ กล่าวว่า
ให้เราภาวนา
ทุกคนพร้อมกับพระสงฆ์ภาวนาเงียบๆ สักครู่หนึ่ง แล้วพระสงฆ์พนมมือกล่าว “บทภาวนาของประธาน”
บทภาวนาของประธาน
ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงบันดาลให้คืนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนี้ สว่างไสวด้วยพระสิริรุ่งโรจน์ แห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้า ขอโปรดให้บรรดาบุตรในครอบครัวของพระองค์ ได้ฟื้นฟูความสำนึกของการเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อทุกคนจะได้ปรับปรุงตนทั้งร่างกายและจิตใจ มีความซื่อสัตย์รับใช้พระองค์ตลอดไป ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรผู้ทรงจำเริญและครองราชย์ เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวกับพระองค์ และพระจิต ตลอดนิรันดร
สัตบุรุษตอบว่า
อาเมน
ภาควจนพิธีกรรม
7. ผู้อ่านเดินไปที่บรรณฐาน อ่าน “บทอ่าน” ที่หนึ่ง ทุกคนนั่งฟัง
33. บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม
รม 6:3-11
พี่น้อง ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า เราทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาป เดชะพระคริสตเยซู ก็ได้รับศีลล้างบาปเข้าร่วมกับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ด้วย ดังนั้น เราถูกฝังไว้ในความตายพร้อมกับพระองค์อาศัยศีลล้างบาป เพื่อว่าพระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย เดชะพระสิริรุ่งโรจน์ของพระบิดาฉันใด เราก็จะดำเนินชีวิตแบบใหม่ด้วยฉันนั้น ถ้าเรารวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในการสิ้นพระชนม์ เราก็จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในการกลับคืนพระชนมชีพด้วยเช่นกัน เรารู้ว่าสภาพเดิมของความเป็นมนุษย์ของเราถูกตรึงกางเขนไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อว่าร่างกายที่ใช้ทำบาปของเราจะถูกทำลาย และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป เพราะคนที่ตายแล้วก็ย่อมพ้นจากบาป แต่เราเชื่อว่า ถ้าเราตายพร้อมกับพระคริสตเจ้าแล้ว เราก็จะมีชีวิตพร้อมกับพระองค์ด้วย เรารู้ว่าพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายแล้วจะไม่สิ้นพระชนม์อีก ความตายไม่มีอำนาจเหนือพระองค์อีกต่อไป เพราะเมื่อสิ้นพระชนม์ พระองค์ก็ทรงตายครั้งเดียวจากบาปตลอดไป เมื่อมีพระชนมชีพ ก็มีพระชนมชีพเพื่อพระเจ้า ดังนี้ ท่านทั้งหลายก็เช่นกันต้องถือว่าท่านตายจากบาปแล้ว แต่มีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าในพระคริสตเยซู
เมื่ออ่านจบแล้ว ผู้อ่านเสริมว่า
พระวาจาของพระเจ้า
ขอขอบพระคุณพระเจ้า
8. ขับร้อง หรืออ่าน “เพลงสดุดี” ฝ่ายสัตบุรุษรับ “บทสร้อย”
34. เมื่ออ่านบทอ่านจบแล้ว ทุกคนยืนขึ้น
พระสงฆ์ก่อ อัลเลลูยา อย่างสง่า (เพลงที่ 63) สามรอบ โดยยกเสียงให้สูงขึ้นแต่ละครั้ง
ทุกคนร้องซ้ำ

ต่อจากนั้น ขับร้องเพลงสดุดี สัตบุรุษร้องรับ อัลเลลูยา ให้คนก่อขับเป็นคนก่อบทอัลเลลูยาก็ได้ถ้าจำเป็น

ต่อจากนั้น ขับร้องเพลงสดุดี สัตบุรุษร้องรับ อัลเลลูยา ให้คนก่อขับเป็นคนก่อบทอัลเลลูยาก็ได้ถ้าจำเป็น
สร้อย
อัลเลลูยา อัลเลลูยา อัลเลลูยา (เพลงที่ 64)
เพลงสดุดี
สดด 118:1-2, 16-17, 22-23
ก. จงขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์พระทัยดี ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์ พงศ์พันธุ์ของอิสราเอลจงกล่าวว่า “ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์” ข. พระหัตถ์ขวาขององค์พระผู้เป็นเจ้าชูขึ้น พระหัตถ์ขวาขององค์พระผู้เป็นเจ้ามีชัยชนะ ข้าพเจ้าจะไม่ตาย ข้าพเจ้าจะมีชีวิตอยู่ และจะประกาศพระราชกิจยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ค. ศิลาซึ่งช่างก่อสร้างทิ้งไปกลายเป็นศิลาหัวมุม องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำการนี้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์แก่ตาของเรา
35. เมื่ออ่านพระวรสาร ไม่ต้องถือเทียนมา แต่ต้องถวายกำยานให้หนังสือ
10. ต่อไปขับร้องบท “อัลเลลูยา” หรือเพลงอื่น
ระหว่างนั้นหากใช้กำยาน พระสงฆ์ตักกำยานใส่เต้ากำยาน
แล้วสังฆานุกรผู้มีหน้าที่ประกาศพระวรสารโค้งคำนับ ขอพรจากพระสงฆ์ กล่าวเบาๆ ว่า
ขอคุณพ่ออวยพรข้าพเจ้า
พระสงฆ์ตอบเบาๆ ว่า
ขอให้พระเจ้าอยู่กับใจและปากของท่าน
เพื่อประกาศพระวรสารอย่างเหมาะสม
เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร ✠ และพระจิต
เพื่อประกาศพระวรสารอย่างเหมาะสม
เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร ✠ และพระจิต
สังฆานุกรตอบเบาๆ ว่า
อาเมน
หากไม่มีสังฆานุกร พระสงฆ์หันไปยังพระแท่นบูชา โค้งคำนับ กล่าวเบาๆ ว่า
ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ โปรดชำระใจและปากข้าพเจ้า
เพื่อประกาศพระวรสารอย่างเหมาะสม
เพื่อประกาศพระวรสารอย่างเหมาะสม
12. ครั้นแล้ว สังฆานุกรหรือพระสงฆ์เดินไปที่บรรณฐาน ผู้ช่วยอื่นๆ (ถือกำยานและเทียน สุดแต่กรณี) เดินไปพร้อมกัน ผู้ประกาศพระวรสารกล่าวว่า
พระเจ้าสถิตกับท่าน
และสถิตกับท่านด้วย
สังฆานุกร หรือพระสงฆ์กล่าวต่อไปว่า
บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญ….
ระหว่างนั้น สังฆานุกรหรือพระสงฆ์ ทำเครื่องหมายกางเขนบนหนังสือ บนหน้าผาก ปาก และหน้าอก
ขอถวายพระเกียรติแด่พระองค์ พระเจ้าข้า
หากใช้กำยาน สังฆานุกรหรือพระสงฆ์ ถวายกำยานให้แก่หนังสือ แล้วอ่านพระวรสาร
ปี B
บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก
มก 16:1-8
%paraเมื่อวันสับบาโตล่วงไปแล้ว มารีย์ชาวมักดาลา มารีย์มารดาของยากอบ และนางสะโลเม ซื้อเครื่องหอมเพื่อชโลมพระศพของพระเยซูเจ้า %paraเช้าตรู่ของวันต้นสัปดาห์ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว สตรีทั้งสามคนไปยังพระคูหา และกล่าวแก่กันว่า “ใครจะกลิ้งก้อนหินออกจากทางเข้าพระคูหาให้เรา” แต่เมื่อมองไป ก็เห็นว่าก้อนหินนั้นถูกกลิ้งออกไปแล้ว หินก้อนนั้นใหญ่โตมาก ครั้นเข้าไปภายในพระคูหา สตรีทั้งสามคนเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมเสื้อยาวสีขาว นั่งอยู่ด้านขวามือ ก็ตกตะลึง ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวกับสตรีทั้งสามคนว่า “อย่ากลัวไปเลย ท่านกำลังมองหาพระเยซู ชาวนาซาเร็ธ ผู้ถูกตรึงกางเขน พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว พระองค์มิได้ประทับอยู่ที่นี่ สถานที่นี้คือสถานที่ที่เขาได้วางพระศพไว้ จงไปแจ้งบรรดาศิษย์และเปโตรให้รู้ว่า “พระองค์เสด็จล่วงหน้าท่านทั้งหลายไปในแคว้นกาลิลีแล้ว ท่านจะเห็นพระองค์ที่นั่น ดังที่ทรงบอกท่านไว้” สตรีทั้งสามคนออกจากพระคูหา หนีไปเพราะตกใจกลัวจนตัวสั่น และไม่ได้พูดเรื่องใดๆ กับใครเลยเพราะกลัว
36. หลังพระวรสารมีเทศน์ แม้จะสั้น แต่ไม่ควรละเว้น
13. เมื่ออ่านจบแล้ว สังฆานุกรหรือพระสงฆ์ กล่าวว่า
พระวาจาของพระเจ้า
ขอพระคริสตเจ้า ทรงพระเจริญเทอญ
ครั้นแล้ว สังฆานุกรหรือพระสงฆ์ กราบหนังสือ พลางกล่าวเบาๆ ว่า
ขอพระวรสารที่อ่านแล้ว บันดาลให้เราแคล้วจากมลทิน
14. จากนั้น พระสงฆ์แสดงธรรมเทศนา ซึ่งต้องมีทุกวันอาทิตย์ และวันฉลองบังคับ ส่วนวันอื่นๆ ก็ควรมี
ภาคที่สาม
พิธีศีลล้างบาป
37. หลังเทศน์แล้ว พระสงฆ์พร้อมกับผู้ช่วยพิธีเดินไปยังที่โปรดศีลล้างบาปที่สัตบุรุษแลเห็นได้ มิฉะนั้น ให้ตั้งภาชนะใส่น้ำไว้ในสักการสถาน
38. ถ้ามีผู้จะรับศีลล้างบาป ให้เชิญเข้ามาพร้อมกับพ่อแม่อุปถัมภ์ หรือถ้าผู้รับศีลล้างบาปเป็นทารก ให้บิดามารดาและพ่อแม่อุปถัมภ์อุ้มเข้ามา ผู้จะรับศีลล้างบาปทุกคนมาอยู่ต่อหน้าที่ชุมนุมสัตบุรุษ
39. ถ้ามีขบวนแห่ไปยังที่โปรดศีลล้างบาป ให้จัดขบวนแห่ดังนี้ ผู้ช่วยพิธีถือเทียนปัสกานำหน้าขบวน ตามด้วยผู้รับศีลล้างบาปพร้อมกับพ่อแม่อุปถัมภ์ ต่อจากนั้นผู้ช่วยพิธี สังฆานุกรและพระสงฆ์ ขณะที่แห่ให้ขับร้องบทร่ำวิงวอนนักบุญทั้งหลาย (ข้อ 43) เมื่อขับร้องบทร่ำวิงวอนจบแล้ว พระสงฆ์กล่าวเตือนใจ (ข้อ 40)
ภาคที่สี่ ภาคบูชาขอบพระคุณ
40. ถ้าพิธีโปรดศีลล้างบาปในสักการสถาน พระสงฆ์กล่าวเตือนใจผู้มาร่วมพิธีด้วยคำพูดต่อไปนี้ หรือที่คล้ายคลึงกัน
(ในกรณีที่มีผู้รับศีลล้างบาป)
พี่น้องที่รักยิ่ง
ให้เราพร้อมใจกันอธิษฐานภาวนาช่วยพี่น้องของเราที่เตรียมตัวรับศีลล้างบาป
เพื่อพระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพจะทรงพระเมตตาช่วยเหลือเขา
ให้เราพร้อมใจกันอธิษฐานภาวนาช่วยพี่น้องของเราที่เตรียมตัวรับศีลล้างบาป
เพื่อพระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพจะทรงพระเมตตาช่วยเหลือเขา
(ในกรณีที่ต้องเสกน้ำล้างบาป แต่ไม่มีผู้ที่จะรับศีลล้างบาป)
พี่น้องที่รักยิ่ง
ให้เรากราบวอนขอพระกรุณาจากพระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ
ขอพระองค์โปรดให้ผู้ที่จะเกิดใหม่ด้วยน้ำนี้
ได้รวมเป็นบุตรบุญธรรมในพระคริสตเจ้า
ให้เรากราบวอนขอพระกรุณาจากพระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ
ขอพระองค์โปรดให้ผู้ที่จะเกิดใหม่ด้วยน้ำนี้
ได้รวมเป็นบุตรบุญธรรมในพระคริสตเจ้า
นักขับร้องสองคน ขับร้องบทร่ำวิงวอน (Litany) ขณะขับร้องบทนี้ ทุกคนยืน (เพราะถือเป็นเทศกาลปัสกาแล้ว) และคอยตอบ
ถ้าการแห่ไปยังที่โปรดศีลล้างบาปต้องใช้เวลานาน ให้ขับร้องบทร่ำวิงวอนขณะที่แห่ไป ในกรณีดังกล่าว ให้เรียกชื่อผู้ที่จะรับศีลล้างบาป แล้วขบวนแห่ก็เคลื่อนที่ไป โดยผู้ถือเทียนปัสกาเดินนำหน้า ติดตามด้วยผู้จะรับศีลล้างบาปกับพ่อแม่อุปถัมภ์ ผู้ช่วยพิธี สังฆานุกรและพระสงฆ์ซึ่งกล่าวเตือนใจก่อนเสกน้ำ
ถ้าการแห่ไปยังที่โปรดศีลล้างบาปต้องใช้เวลานาน ให้ขับร้องบทร่ำวิงวอนขณะที่แห่ไป ในกรณีดังกล่าว ให้เรียกชื่อผู้ที่จะรับศีลล้างบาป แล้วขบวนแห่ก็เคลื่อนที่ไป โดยผู้ถือเทียนปัสกาเดินนำหน้า ติดตามด้วยผู้จะรับศีลล้างบาปกับพ่อแม่อุปถัมภ์ ผู้ช่วยพิธี สังฆานุกรและพระสงฆ์ซึ่งกล่าวเตือนใจก่อนเสกน้ำ
ถ้าไม่มีผู้จะรับศีลล้างบาป และไม่ต้องเสกน้ำล้างบาป
ก็ไม่ต้องขับร้องบทร่ำวิงวอน ให้เสกน้ำเสกทันที (ดูข้อ 54)
ก็ไม่ต้องขับร้องบทร่ำวิงวอน ให้เสกน้ำเสกทันที (ดูข้อ 54)
ในบทร่ำวิงวอน จะเติมชื่อของนักบุญบางองค์อีกก็ได้ โดยเฉพาะชื่อนักบุญองค์อุปถัมภ์ ของโบสถ์หรือของท้องที่ กับชื่อนักบุญองค์อุปถัมภ์ของผู้ที่จะรับศีลล้างบาป
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
ข้าแต่พระเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
สันตะมารีย์ พระชนนีพระเจ้า
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญมีคาเอล
ช่วยวิงวอนเทอญ
ทูตสวรรค์ทั้งหลายของพระเจ้า
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญโยเซฟ
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญเปโตร และเปาโล
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญอันดรูว์
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญยอห์น
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญมารีย์ ชาวมักดาลา
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญสเทเฟน
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญอิกญาซีโอ ชาวอันทิโอก
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญลอเรนซ์
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญแปร์เปตูอา และเฟลีชีตัส
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญอักเนส
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญเกรโกรี
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญออกัสติน
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญอาทานาส
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญบาซิล
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญมาร์ติน
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญเบเนดิกต์
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญฟรังซิส และดอมินิก
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญฟรังซิส เซเวียร์
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเนย์
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญกาธารีนา ชาวเซียนา
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญเทเรซา แห่งอาวิลา
ช่วยวิงวอนเทอญ
(....สามารถเพิ่มชื่อนักบุญของผู้รับศีลล้างบาป....)
บุญราศีชาวไทยทั้งหลาย
ช่วยวิงวอนเทอญ
นักบุญชายหญิงทั้งหลายของพระเจ้า
ช่วยวิงวอนเทอญ
โปรดเอ็นดูกรุณา
ช่วยให้พ้นเถิด พระเจ้าข้า
จากความชั่วทั้งมวล
ช่วยให้พ้นเถิด พระเจ้าข้า
จากบาปทั้งมวล
ช่วยให้พ้นเถิด พระเจ้าข้า
จากความตายตลอดนิรันดร
ช่วยให้พ้นเถิด พระเจ้าข้า
เพราะเห็นแก่การบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระองค์
ช่วยให้พ้นเถิด พระเจ้าข้า
เพราะเห็นแก่การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์
ช่วยให้พ้นเถิด พระเจ้าข้า
เพราะเห็นแก่การประทานพระคุณของพระจิตเจ้า
ช่วยให้พ้นเถิด พระเจ้าข้า
ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นคนบาป
ข้าพเจ้าทั้งหลายวิงวอน โปรดทรงฟังเถิด
(ถ้ามีผู้รับศีลล้างบาป)
ขอพระองค์ทรงโปรดให้ผู้ได้รับเลือกสรรเหล่านี้บังเกิดใหม่ด้วยพระหรรษทานแห่งศีลล้างบาป
ข้าพเจ้าทั้งหลายวิงวอน โปรดทรงฟังเถิด
(ถ้าไม่มีผู้จะรับศีลล้างบาป)
ขอพระองค์ทรงพระกรุณาบันดาลให้น้ำนี้ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับบุตรที่จะบังเกิดใหม่เพื่อพระองค์
ข้าพเจ้าทั้งหลายวิงวอน โปรดทรงฟังเถิด
ข้าแต่พระเยซู พระบุตรพระเจ้าผู้ทรงชีวิต
ข้าพเจ้าทั้งหลายวิงวอน โปรดทรงฟังเถิด
ข้าแต่พระคริสตเจ้า โปรดทรงฟังเถิด
ข้าแต่พระคริสตเจ้า โปรดทรงฟังเถิด
ข้าแต่พระคริสตเจ้า โปรดทรงพระกรุณาฟังเถิด
ข้าแต่พระคริสตเจ้า โปรดทรงพระกรุณาฟังเถิด
ถ้ามีผู้รับศีลล้างบาป พระสงฆ์พนมมือสวดว่า
ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพสถิตนิรันดร
โปรดประทับอยู่ในศีลศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงพระกรุณายิ่งใหญ่
และโปรดทรงส่งพระจิตแห่งการเป็นบุตรบุญธรรม
เพื่อผู้ที่จะบังเกิดในน้ำศีลล้างบาปนี้จะได้เป็นประชากรใหม่
ขอให้การรับใช้ต่ำต้อยที่ข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังประกอบนี้
บังเกิดผลอย่างสมบูรณ์ เดชะพระอานุภาพของพระองค์
ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
โปรดประทับอยู่ในศีลศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงพระกรุณายิ่งใหญ่
และโปรดทรงส่งพระจิตแห่งการเป็นบุตรบุญธรรม
เพื่อผู้ที่จะบังเกิดในน้ำศีลล้างบาปนี้จะได้เป็นประชากรใหม่
ขอให้การรับใช้ต่ำต้อยที่ข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังประกอบนี้
บังเกิดผลอย่างสมบูรณ์ เดชะพระอานุภาพของพระองค์
ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
อาเมน
บทเสกน้ำศีลล้างบาป
(ข้อ 44-45 ในต้นฉบับภาษาละตินมีทำนองขับร้อง)
45. แล้วพระสงฆ์เสกน้ำศีลล้างบาป ด้วยบทภาวนาต่อไปนี้
ข้าแต่พระเจ้า
พระองค์ทรงใช้พระอานุภาพซึ่งไม่ปรากฏแก่ตา
ทำให้เครื่องหมายของศีลศักดิ์สิทธิ์บังเกิดผลน่าพิศวง
และทรงจัดเตรียมน้ำด้วยวิธีหลายประการ
เพื่อแสดงให้เห็นพระหรรษทานของศีลล้างบาป
ข้าแต่พระเจ้า
พระจิตของพระองค์ประทับอยู่เหนือน้ำเมื่อแรกเริ่มสร้างโลก
เพื่อให้น้ำมีพลังบันดาลความศักดิ์สิทธิ์
ข้าแต่พระเจ้า
พระองค์โปรดให้น้ำวินาศเป็นรูปแบบ
หมายถึงการบังเกิดใหม่ด้วยศีลล้างบาป
ให้น้ำเป็นจุดจบของบาป และเป็นจุดเริ่มต้นของคุณธรรมทั้งปวง
ข้าแต่พระเจ้า
พระองค์โปรดให้บุตรหลานของอับราฮัม
เดินผ่านทะเลแดงบนหนทางแห้ง
เพื่อให้ชนชาติที่หลุดพ้นจากการเป็นทาสของกษัตริย์ฟาโรห์
เป็นรูปแบบหมายถึงประชากรที่ได้รับศีลล้างบาป
ข้าแต่พระเจ้า
พระบุตรของพระองค์ทรงรับการเจิมจากพระจิตเจ้า
เมื่อทรงรับพิธีล้างจากยอห์นในแม่น้ำจอร์แดน
พระองค์ท่านทรงถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขน
ทรงหลั่งน้ำและพระโลหิตออกมาจากด้านข้างพระวรกาย
และเมื่อทรงกลับคืนพระชนมชีพ พระองค์ท่านทรงสั่งบรรดาศิษย์ว่า
“จงไปสั่งสอนนานาชาติ ให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขา
เดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต”
บัดนี้ โปรดทอดพระเนตรพระศาสนจักรของพระองค์
ให้ธารน้ำศีลล้างบาปไหลพวยพุ่งอยู่ในพระศาสนจักร
ขอให้น้ำนี้ได้รับพระหรรษทานของพระบุตรจากพระจิตเจ้า
เพื่อมนุษย์ซึ่งทรงสร้างมาตามภาพลักษณ์ของพระองค์
จะได้รับการชำระให้พ้นจากมลทินดั้งเดิมทั้งสิ้นด้วยศีลล้างบาป
เหมาะสมจะบังเกิดมารับชีวิตใหม่ด้วยน้ำและพระจิตเจ้า
พระองค์ทรงใช้พระอานุภาพซึ่งไม่ปรากฏแก่ตา
ทำให้เครื่องหมายของศีลศักดิ์สิทธิ์บังเกิดผลน่าพิศวง
และทรงจัดเตรียมน้ำด้วยวิธีหลายประการ
เพื่อแสดงให้เห็นพระหรรษทานของศีลล้างบาป
ข้าแต่พระเจ้า
พระจิตของพระองค์ประทับอยู่เหนือน้ำเมื่อแรกเริ่มสร้างโลก
เพื่อให้น้ำมีพลังบันดาลความศักดิ์สิทธิ์
ข้าแต่พระเจ้า
พระองค์โปรดให้น้ำวินาศเป็นรูปแบบ
หมายถึงการบังเกิดใหม่ด้วยศีลล้างบาป
ให้น้ำเป็นจุดจบของบาป และเป็นจุดเริ่มต้นของคุณธรรมทั้งปวง
ข้าแต่พระเจ้า
พระองค์โปรดให้บุตรหลานของอับราฮัม
เดินผ่านทะเลแดงบนหนทางแห้ง
เพื่อให้ชนชาติที่หลุดพ้นจากการเป็นทาสของกษัตริย์ฟาโรห์
เป็นรูปแบบหมายถึงประชากรที่ได้รับศีลล้างบาป
ข้าแต่พระเจ้า
พระบุตรของพระองค์ทรงรับการเจิมจากพระจิตเจ้า
เมื่อทรงรับพิธีล้างจากยอห์นในแม่น้ำจอร์แดน
พระองค์ท่านทรงถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขน
ทรงหลั่งน้ำและพระโลหิตออกมาจากด้านข้างพระวรกาย
และเมื่อทรงกลับคืนพระชนมชีพ พระองค์ท่านทรงสั่งบรรดาศิษย์ว่า
“จงไปสั่งสอนนานาชาติ ให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขา
เดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต”
บัดนี้ โปรดทอดพระเนตรพระศาสนจักรของพระองค์
ให้ธารน้ำศีลล้างบาปไหลพวยพุ่งอยู่ในพระศาสนจักร
ขอให้น้ำนี้ได้รับพระหรรษทานของพระบุตรจากพระจิตเจ้า
เพื่อมนุษย์ซึ่งทรงสร้างมาตามภาพลักษณ์ของพระองค์
จะได้รับการชำระให้พ้นจากมลทินดั้งเดิมทั้งสิ้นด้วยศีลล้างบาป
เหมาะสมจะบังเกิดมารับชีวิตใหม่ด้วยน้ำและพระจิตเจ้า
ถ้าเห็นสมควร พระสงฆ์นำเทียนปัสกาจุ่มลงไปในน้ำหนึ่งครั้งหรือสามครั้ง
พลางกล่าวทุกครั้งที่จุ่มว่า
พลางกล่าวทุกครั้งที่จุ่มว่า
โปรดเถิด พระเจ้าข้า
โปรดให้พระอานุภาพของพระจิตเจ้าลงมาในน้ำทั้งหมดนี้
อาศัยพระบุตรของพระองค์
โปรดให้พระอานุภาพของพระจิตเจ้าลงมาในน้ำทั้งหมดนี้
อาศัยพระบุตรของพระองค์
พระสงฆ์ถือเทียนจุ่มในน้ำ กล่าวต่อไปว่า
เพื่อให้ทุกคนที่ถูกศีลล้างบาปฝังพร้อมกับพระคริสตเจ้า
ไว้ในความตาย ได้กลับมีชีวิตใหม่พร้อมกับพระองค์ท่านด้วย
พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์
เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวกับพระองค์และพระจิตตลอดนิรันดร
ไว้ในความตาย ได้กลับมีชีวิตใหม่พร้อมกับพระองค์ท่านด้วย
พระองค์ท่านทรงจำเริญและครองราชย์
เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวกับพระองค์และพระจิตตลอดนิรันดร
อาเมน
47. ต่อจากนั้น พระสงฆ์ยกเทียนขึ้นจากน้ำ
สัตบุรุษโห่ร้องพร้อมกันว่า
สัตบุรุษโห่ร้องพร้อมกันว่า
ลำธารทั้งหลาย จงถวายพรแด่พระเจ้าเถิด
จงสรรเสริญและเทิดพระเกียรติพระองค์ตลอดนิรันดร (จะใช้ข้อความอื่นก็ได้)
จงสรรเสริญและเทิดพระเกียรติพระองค์ตลอดนิรันดร (จะใช้ข้อความอื่นก็ได้)
48. เมื่อเสกน้ำศีลล้างบาปเสร็จแล้ว พระสงฆ์ยืนถามผู้รับศีลล้างบาปผู้ใหญ่หรือบิดามารดาและพ่อแม่อุปถัมภ์ของทารก ดังที่กำหนดไว้ในหนังสือจารีตโรมัน
ในกรณีที่ผู้ใหญ่ซึ่งจะรับศีลล้างบาปยังไม่ได้รับการเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเตรียมรับศีลล้างบาป ก็ให้เจิมน้ำมันในเวลานี้
ในกรณีที่ผู้ใหญ่ซึ่งจะรับศีลล้างบาปยังไม่ได้รับการเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเตรียมรับศีลล้างบาป ก็ให้เจิมน้ำมันในเวลานี้
49. แล้วพระสงฆ์ถามผู้ใหญ่ที่จะรับศีลล้างบาปแต่ละคนถึงความเชื่อ ถ้าผู้รับศีลล้างบาปเป็นทารก ให้บิดามารดาและพ่อแม่อุปถัมภ์แสดงความเชื่อพร้อมกันแทน
ถ้าผู้ที่จะรับศีลล้างบาปในคืนนี้มีจำนวนมาก พระสงฆ์อาจจัดให้การรื้อฟื้นคำสัญญาศีลล้างบาปของทุกคนทำในเวลานี้ด้วยก็ได้
ถ้าผู้ที่จะรับศีลล้างบาปในคืนนี้มีจำนวนมาก พระสงฆ์อาจจัดให้การรื้อฟื้นคำสัญญาศีลล้างบาปของทุกคนทำในเวลานี้ด้วยก็ได้
50. หลังจากพระสงฆ์ถามผู้จะรับศีลล้างบาปเสร็จแล้ว ก็โปรดศีลล้างบาปให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
51. หลังจากโปรดศีลล้างบาป พระสงฆ์เจิมทารกด้วยน้ำมันคริสมา แล้วมอบเสื้อขาวให้แต่ละคนทั้งผู้ใหญ่และเด็ก แล้วพระสงฆ์หรือสังฆานุกรมอบเทียนที่จุดจากเทียนปัสกาให้แก่ผู้ที่เพิ่งรับศีลล้างบาป
52. ต่อจากนั้น มีการเดินแห่กลับไปยังสักการสถาน เว้นแต่ว่าพิธีโปรดศีลล้างบาปทำในสักการสถานแล้ว ขณะแห่นั้นก็ขับร้องเพลง Vidi aquam หรือบทขับร้องอื่นที่เหมาะสม
53. ถ้ามีผู้ใหญ่รับศีลล้างบาป พระสังฆราช หรือพระสงฆ์ที่ได้โปรดศีลล้างบาป ต้องโปรดศีลกำลังให้ทันทีในสักการสถานตามพิธีกรรมที่กำหนดไว้ในหนังสือจารีตโรมัน (Rituale Romanum) หรือหนังสือพิธีกรรมของพระสังฆราช (Pontificale Romanum)
พิธีเสกน้ำเสก
54. หากไม่มีผู้รับศีลล้างบาป และไม่มีพิธีเสกน้ำล้างบาป พระสงฆ์เสกน้ำเสก ด้วยบทภาวนาต่อไปนี้
พี่น้องที่รักยิ่ง ให้เรากราบวอนขอพระเจ้าทรงเสกน้ำนี้
ซึ่งจะใช้พรมเรา เตือนให้ระลึกถึงศีลล้างบาปที่เราได้รับ
ขอพระองค์ทรงพระกรุณาฟื้นฟูเรา
ให้ดำเนินชีวิตซื่อสัตย์ตลอดไปต่อพระจิตเจ้า ซึ่งเราได้รับแล้ว
ซึ่งจะใช้พรมเรา เตือนให้ระลึกถึงศีลล้างบาปที่เราได้รับ
ขอพระองค์ทรงพระกรุณาฟื้นฟูเรา
ให้ดำเนินชีวิตซื่อสัตย์ตลอดไปต่อพระจิตเจ้า ซึ่งเราได้รับแล้ว
และเมื่อภาวนาเงียบๆ ครู่หนึ่งแล้ว พระสงฆ์พนมมือภาวนาต่อไปว่า
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า
ขอทรงพระเมตตาประทับอยู่กับประชากรของพระองค์
ที่กำลังตื่นเฝ้าในคืนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนี้
ขณะที่ข้าพเจ้าทั้งหลายระลึกถึงการเนรมิตสร้างมนุษย์อย่างน่าพิศวง
และระลึกถึงการกอบกู้มนุษยชาติ ซึ่งเป็นงานน่าพิศวงยิ่งกว่านั้นอีก
ขอทรงพระกรุณาเสกน้ำนี้
พระองค์ทรงเนรมิตสร้างน้ำนี้ เพื่อทำให้แผ่นดินผลิตผลอย่างอุดม
และให้ร่างกายได้รับความสดชื่นและความสะอาด
พระองค์ยังทรงเนรมิตสร้างน้ำมาเพื่อแสดงพระเมตตา
กล่าวคือ อาศัยน้ำ พระองค์ทรงช่วยประชากรของพระองค์
ให้พ้นจากการเป็นทาส
และทรงดับความกระหายของเขาในถิ่นทุรกันดาร
อาศัยน้ำ บรรดาประกาศกได้ป่าวประกาศพันธสัญญาใหม่
ซึ่งพระองค์จะทรงกระทำกับมนุษย์
ในที่สุด อาศัยน้ำซึ่งพระคริสตเจ้าทรงบันดาลความศักดิ์สิทธิ์
ให้ในแม่น้ำจอร์แดน
พระองค์ทรงฟื้นฟูธรรมชาติที่เสื่อมเสียไปของข้าพเจ้าทั้งหลาย
โดยการล้างที่นำชีวิตใหม่มาให้
ดังนั้น โปรดให้น้ำนี้เตือนใจข้าพเจ้าทั้งหลาย
ได้ระลึกถึงศีลล้างบาปที่ได้รับ
เพื่อจะได้ชื่นชมยินดีร่วมกับพี่น้องที่รับศีลล้างบาปในวันปัสกานี้ด้วย
ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
ขอทรงพระเมตตาประทับอยู่กับประชากรของพระองค์
ที่กำลังตื่นเฝ้าในคืนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนี้
ขณะที่ข้าพเจ้าทั้งหลายระลึกถึงการเนรมิตสร้างมนุษย์อย่างน่าพิศวง
และระลึกถึงการกอบกู้มนุษยชาติ ซึ่งเป็นงานน่าพิศวงยิ่งกว่านั้นอีก
ขอทรงพระกรุณาเสกน้ำนี้
พระองค์ทรงเนรมิตสร้างน้ำนี้ เพื่อทำให้แผ่นดินผลิตผลอย่างอุดม
และให้ร่างกายได้รับความสดชื่นและความสะอาด
พระองค์ยังทรงเนรมิตสร้างน้ำมาเพื่อแสดงพระเมตตา
กล่าวคือ อาศัยน้ำ พระองค์ทรงช่วยประชากรของพระองค์
ให้พ้นจากการเป็นทาส
และทรงดับความกระหายของเขาในถิ่นทุรกันดาร
อาศัยน้ำ บรรดาประกาศกได้ป่าวประกาศพันธสัญญาใหม่
ซึ่งพระองค์จะทรงกระทำกับมนุษย์
ในที่สุด อาศัยน้ำซึ่งพระคริสตเจ้าทรงบันดาลความศักดิ์สิทธิ์
ให้ในแม่น้ำจอร์แดน
พระองค์ทรงฟื้นฟูธรรมชาติที่เสื่อมเสียไปของข้าพเจ้าทั้งหลาย
โดยการล้างที่นำชีวิตใหม่มาให้
ดังนั้น โปรดให้น้ำนี้เตือนใจข้าพเจ้าทั้งหลาย
ได้ระลึกถึงศีลล้างบาปที่ได้รับ
เพื่อจะได้ชื่นชมยินดีร่วมกับพี่น้องที่รับศีลล้างบาปในวันปัสกานี้ด้วย
ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
อาเมน
พิธีรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งศีลล้างบาป
55. เมื่อประกอบพิธีศีลล้างบาป (และศีลกำลัง) เสร็จแล้ว หรือเมื่อเสกน้ำแล้ว ถ้าไม่มีการประกอบพิธีศีลล้างบาป ทุกคนยืนขึ้น ถือเทียนที่จุดไว้ แล้วรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งศีลล้างบาป เว้นแต่ได้รื้อฟื้นแล้วพร้อมกับผู้รับศีลล้างบาป (ข้อ 49)
พระสงฆ์กล่าวปราศรัยสัตบุรุษด้วยถ้อยคำต่อไปนี้ หรือที่คล้ายกัน
พระสงฆ์กล่าวปราศรัยสัตบุรุษด้วยถ้อยคำต่อไปนี้ หรือที่คล้ายกัน
พี่น้องที่รักยิ่ง โดยพระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกา
เราทุกคนได้ถูกฝังร่วมกับพระคริสตเจ้าเมื่อรับศีลล้างบาป
เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตใหม่กับพระองค์
ดังนั้น เมื่อการถือกิจปฏิบัติในเทศกาลมหาพรตสิ้นสุดลงแล้ว
ให้เรารื้อฟื้นคำสัญญาที่เราเคยให้ไว้เมื่อรับศีลล้างบาป
ว่าจะละทิ้งปีศาจและกิจการของมัน
กับจะรับใช้พระเจ้าในพระศาสนจักรคาทอลิก ดังนี้
เราทุกคนได้ถูกฝังร่วมกับพระคริสตเจ้าเมื่อรับศีลล้างบาป
เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตใหม่กับพระองค์
ดังนั้น เมื่อการถือกิจปฏิบัติในเทศกาลมหาพรตสิ้นสุดลงแล้ว
ให้เรารื้อฟื้นคำสัญญาที่เราเคยให้ไว้เมื่อรับศีลล้างบาป
ว่าจะละทิ้งปีศาจและกิจการของมัน
กับจะรับใช้พระเจ้าในพระศาสนจักรคาทอลิก ดังนี้
ท่านละทิ้งปีศาจหรือ
ข้าพเจ้าละทิ้ง
ท่านละทิ้งกิจการทั้งสิ้นของมันหรือ
ข้าพเจ้าละทิ้ง
ท่านละทิ้งความฟุ้งเฟ้อทั้งสิ้นของมันด้วยหรือ
ข้าพเจ้าละทิ้ง
ท่านละทิ้งบาป เพื่อดำเนินชีวิตอย่างอิสระในฐานะบุตรของพระเจ้าหรือ
ข้าพเจ้าละทิ้ง
ท่านละทิ้งความยั่วยวนของความชั่ว เพื่อมิให้บาปครอบงำท่านหรือ
ข้าพเจ้าละทิ้ง
ท่านละทิ้งปีศาจ ซึ่งเป็นจอมมารบ่อเกิดความมืดของบาปหรือ
ข้าพเจ้าละทิ้ง
ถ้าเห็นควร สูตรทั้งสองนี้ สภาพระสังฆราชจะดัดแปลงแก้ไขให้เหมาะสมกับท้องถิ่นต่างๆ ก็ได้
ต่อจากนั้น พระสงฆ์กล่าวต่อไปว่า
ต่อจากนั้น พระสงฆ์กล่าวต่อไปว่า
ท่านเชื่อในพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงเนรมิตฟ้าดินหรือ
ข้าพเจ้าเชื่อ
ท่านเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรหนึ่งเดียวของพระเจ้า
องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงบังเกิดจากพระนางมารีย์พรหมจารี ทรงรับ
ทรมาน สิ้นพระชนม์ และทรงถูกฝังไว้ ทรงกลับคืนพระชนมชีพจาก
บรรดาผู้ตาย และประทับเบื้องขวาพระบิดาหรือ
องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงบังเกิดจากพระนางมารีย์พรหมจารี ทรงรับ
ทรมาน สิ้นพระชนม์ และทรงถูกฝังไว้ ทรงกลับคืนพระชนมชีพจาก
บรรดาผู้ตาย และประทับเบื้องขวาพระบิดาหรือ
ข้าพเจ้าเชื่อ
ท่านเชื่อในพระจิตเจ้า พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ สากล ความสัมพันธ์
เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์ การอภัยบาป การกลับคืนชีพของร่างกาย
และชีวิตนิรันดรหรือ
เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์ การอภัยบาป การกลับคืนชีพของร่างกาย
และชีวิตนิรันดรหรือ
ข้าพเจ้าเชื่อ
แล้วพระสงฆ์กล่าวสรุปว่า
พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระบิดาของพระเยซูคริสตเจ้า
โปรดให้เราบังเกิดใหม่ด้วยน้ำและพระจิตเจ้า และทรงอภัยบาป
ของเราแล้ว ขอพระองค์ประทานพระหรรษทานปกปักรักษาเราไว้
ในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา จนบรรลุถึงชีวิตนิรันดรเทอญ
โปรดให้เราบังเกิดใหม่ด้วยน้ำและพระจิตเจ้า และทรงอภัยบาป
ของเราแล้ว ขอพระองค์ประทานพระหรรษทานปกปักรักษาเราไว้
ในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา จนบรรลุถึงชีวิตนิรันดรเทอญ
อาเมน
56. พระสงฆ์เอาน้ำเสกพรมสัตบุรุษ ทุกคนขับร้องเพลงต่อไปนี้ หรือบทเพลงอื่นที่มีลักษณะเกี่ยวกับศีลล้างบาป (เช่นเพลงที่ 37)
เพลงลำนำ
ข้าพเจ้าได้เห็นน้ำไหลออกทางด้านขวาพระวิหาร อัลเลลูยา
น้ำนั้นไหลถึงผู้ใด ผู้นั้นก็จะได้รับความรอดพ้น
และจะกล่าวว่า อัลเลลูยา อัลเลลูยา
ข้าพเจ้าได้เห็นน้ำไหลออกทางด้านขวาพระวิหาร อัลเลลูยา
น้ำนั้นไหลถึงผู้ใด ผู้นั้นก็จะได้รับความรอดพ้น
และจะกล่าวว่า อัลเลลูยา อัลเลลูยา
57. ระหว่างนั้นให้นำผู้รับศีลล้างบาปใหม่กลับไปยังที่ของเขาในหมู่สัตบุรุษ
ถ้าไม่ได้เสกน้ำศีลล้างบาปในที่โปรดศีลล้างบาป ผู้ช่วยพิธีนำภาชนะใส่น้ำศีลล้างบาปไปยังที่โปรดศีลล้างบาปด้วยความเคารพ
ถ้าไม่มีการเสกน้ำศีลล้างบาป ให้เก็บน้ำเสกไว้ในที่เหมาะสม
ถ้าไม่ได้เสกน้ำศีลล้างบาปในที่โปรดศีลล้างบาป ผู้ช่วยพิธีนำภาชนะใส่น้ำศีลล้างบาปไปยังที่โปรดศีลล้างบาปด้วยความเคารพ
ถ้าไม่มีการเสกน้ำศีลล้างบาป ให้เก็บน้ำเสกไว้ในที่เหมาะสม
49. เมื่อพรมน้ำเสกเสร็จแล้ว พระสงฆ์กลับไปยังที่นั่ง ไม่สวดบทข้าพเจ้าเชื่อ เริ่มอ่าน บทภาวนาของมวลชน ซึ่งผู้รับศีลล้างบาปใหม่จะมีส่วนร่วมภาวนาด้วยเป็นครั้งแรก
(ดูบทภาวนาของมวลชนในหนังสือบทภาวนาของมวลชน)
(ดูบทภาวนาของมวลชนในหนังสือบทภาวนาของมวลชน)
16. ต่อจากนั้นกล่าว “บทภาวนาของมวลชน”
59. พระสงฆ์เดินไปยังแท่นบูชา แล้วเริ่มภาคบูชาขอบพระคุณตามปรกติ60. ควรให้ผู้รับศีลล้างบาปใหม่ หรือถ้าผู้รับศีลล้างบาปเป็นทารก ก็ให้พ่อแม่หรือพ่อแม่อุปถัมภ์เป็นผู้นำปังและเหล้าองุ่นมายังพระแท่นบูชา
ภาคบูชาขอบพระคุณ
ก. เตรียมเครื่องบูชา
17. หลังจากนั้นเริ่ม “เพลงเตรียมเครื่องบูชา” ระหว่างนั้น ผู้ช่วยพิธีนำผ้ารองแผ่นศีล (Corporale) ผ้าเช็ดถ้วยเหล้าองุ่น (Purificatorium) และหนังสือพิธีมาวางบนพระแท่นบูชา
18. เพื่อแสดงว่า สัตบุรุษมีส่วนร่วมในการถวายบูชา ควรให้เขานำแผ่นศีล (Hostia) และเหล้าองุ่น ซึ่งจะใช้ในพิธี หรือนำทานอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับพระศาสนจักรและคนจนมาถวายก็ได้
19. พระสงฆ์ยืนอยู่ที่พระแท่นบูชา รับแผ่นศีลในจานรองแผ่นศีล ยกขึ้นเหนือพระแท่นบูชาเล็กน้อย กล่าวว่า
ข้าแต่พระเจ้าแห่งสกลโลก ขอถวายพระพร
พระองค์มีพระทัยเมตตา ประทานปัง
ซึ่งข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังถวายอยู่นี้
อันเป็นผลมาจากแผ่นดินและน้ำพักน้ำแรงของมนุษย์
และจะเปลี่ยนเป็นอาหารบันดาลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายมีชีวิต
พระองค์มีพระทัยเมตตา ประทานปัง
ซึ่งข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังถวายอยู่นี้
อันเป็นผลมาจากแผ่นดินและน้ำพักน้ำแรงของมนุษย์
และจะเปลี่ยนเป็นอาหารบันดาลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายมีชีวิต
พระสงฆ์วางแผ่นศีลในจานรองลงบนผ้ารองศีล ถ้าไม่ร้องเพลง “เตรียมเครื่องบูชา” พระสงฆ์สวดบทดังกล่าวข้างต้นนี้ดังๆ ก็ได้
ในกรณีนี้สัตบุรุษอาจตอบ
ขอถวายพระพรแด่พระเจ้าตลอดนิรันดร
20. สังฆานุกรหรือพระสงฆ์ รินน้ำเล็กน้อยปนเหล้าองุ่นในถ้วย กล่าวเบาๆ ว่า
ดั่งน้ำและเหล้าองุ่นที่ผสมเข้าด้วยกัน
อันเป็นเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์นี้
ขอพระองค์โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ได้ร่วมในพระเทวภาพของพระคริสตเจ้า
ผู้ทรงถ่อมองค์มารับสภาพมนุษย์
อันเป็นเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์นี้
ขอพระองค์โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ได้ร่วมในพระเทวภาพของพระคริสตเจ้า
ผู้ทรงถ่อมองค์มารับสภาพมนุษย์
21. ครั้นแล้ว พระสงฆ์ยกถ้วยเหล้าองุ่นเหนือพระแท่นบูชาเล็กน้อย กล่าวเบาๆ ว่า
ข้าแต่พระเจ้าแห่งสกลโลก ขอถวายพระพร
พระองค์มีพระทัยเมตตา ประทานเหล้าองุ่น
ซึ่งข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังถวายอยู่นี้
อันเป็นผลมาจากต้นองุ่นและน้ำพักน้ำแรงของมนุษย์
และจะเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่ม ชุบเลี้ยงจิตใจข้าพเจ้าทั้งหลาย
พระองค์มีพระทัยเมตตา ประทานเหล้าองุ่น
ซึ่งข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังถวายอยู่นี้
อันเป็นผลมาจากต้นองุ่นและน้ำพักน้ำแรงของมนุษย์
และจะเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่ม ชุบเลี้ยงจิตใจข้าพเจ้าทั้งหลาย
ต่อจากนั้น พระสงฆ์วางถ้วยเหล้าองุ่นลงบนผ้ารองศีล
สัตบุรุษตอบว่า
ขอถวายพระพรแด่พระเจ้าตลอดนิรันดร
22. ครั้นแล้ว พระสงฆ์โค้งคำนับ กล่าวเบาๆ ว่า
ข้าแต่พระเจ้า
โปรดทรงพระกรุณายอมรับข้าพเจ้าทั้งหลาย
ผู้ตรมตรอมถ่อมตน และโปรดให้การถวายบูชา
ของข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ เป็นที่พอพระทัยเทอญ
โปรดทรงพระกรุณายอมรับข้าพเจ้าทั้งหลาย
ผู้ตรมตรอมถ่อมตน และโปรดให้การถวายบูชา
ของข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ เป็นที่พอพระทัยเทอญ
23. พระสงฆ์ถวายกำยานให้เครื่องบูชาและพระแท่นบูชา สุดแต่กรณี
ครั้นแล้วสังฆานุกรหรือผู้ช่วยพิธีถวายกำยานให้พระสงฆ์และสัตบุรุษ
24. อันดับต่อไป พระสงฆ์ยืนที่ปลายพระแท่นบูชา ล้างมือ กล่าวเบาๆ ว่า
โปรดชำระล้างความผิดและบาปของข้าพเจ้า ให้หมดสิ้นไปเถิดพระเจ้าข้า
25. ทุกคนยืน
พระสงฆ์ยืนกลางพระแท่นบูชา หันไปทางสัตบุรุษ กางแขนเล็กน้อยหรือพนมมือ กล่าวว่า
พี่น้อง จงภาวนาขอให้พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ
ทรงรับการถวายบูชาของข้าพเจ้าและของท่านทั้งหลายเถิด
ทรงรับการถวายบูชาของข้าพเจ้าและของท่านทั้งหลายเถิด
สัตบุรุษตอบว่า
ขอพระเจ้าทรงรับการถวายบูชานี้ เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์
ทั้งเพื่อประโยชน์ของชาวเรา และพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ด้วยเทอญ
ทั้งเพื่อประโยชน์ของชาวเรา และพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ด้วยเทอญ
26.ครั้นแล้ว พระสงฆ์พนมมือกล่าว “บทภาวนาเตรียมเครื่องบูชา”
61. บทภาวนาเตรียมเครื่องบูชา
โปรดเถิด พระเจ้าข้า โปรดทรงรับคำอธิษฐานภาวนา พร้อมกับเครื่องบูชาจากประชากรของพระองค์ ขอให้พิธีกรรมในโอกาสสมโภชปัสกานี้ บันดาลให้งานกอบกู้ที่เริ่มแล้ว บังเกิดผลบริบูรณ์สำหรับชีวิตนิรันดรด้วยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
จบแล้ว สัตบุรุษตอบว่า
อาเมน
ข. บทขอบพระคุณ
บทขอบพระคุณที่ 2
ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าจอมจักรวาล
พระสิริรุ่งโรจน์แผ่ไปทั่วฟ้าดิน สาธุการพระเจ้าสูงสุด
ขอถวายพระพรแด่ผู้เสด็จมาในพระนามพระเจ้า สาธุการพระเจ้าสูงสุด
พระสิริรุ่งโรจน์แผ่ไปทั่วฟ้าดิน สาธุการพระเจ้าสูงสุด
ขอถวายพระพรแด่ผู้เสด็จมาในพระนามพระเจ้า สาธุการพระเจ้าสูงสุด
ค. รับศีลมหาสนิท
128. พระสงฆ์วางถ้วยเหล้าองุ่นและแผ่นศีลในจานรอง พนมมือกล่าวว่า
พระเยซูเจ้าทรงสอนเรา ให้เรียกพระเจ้าว่าพระบิดา
เราจึงภาวนาว่า
เราจึงภาวนาว่า
ให้เราภาวนาตามที่พระคริสตเจ้าทรงสอน
พระเจ้าทรงรักเรามาก
โปรดให้เราได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระองค์
และเราก็เป็นเช่นนั้น เราจึงภาวนาด้วยความมั่นใจว่า
โปรดให้เราได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระองค์
และเราก็เป็นเช่นนั้น เราจึงภาวนาด้วยความมั่นใจว่า
แล้วยังพนมมือ กล่าวพร้อมกับสัตบุรุษว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย
พระองค์สถิตในสวรรค์
พระนามพระองค์ จงเป็นที่สักการะ
พระอาณาจักรจงมาถึง
พระประสงค์ จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์
โปรดประทานอาหารประจำวัน แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้
โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น
โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การผจญ
แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ
พระองค์สถิตในสวรรค์
พระนามพระองค์ จงเป็นที่สักการะ
พระอาณาจักรจงมาถึง
พระประสงค์ จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์
โปรดประทานอาหารประจำวัน แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้
โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น
โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การผจญ
แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ
126. พระสงฆ์พนมมือ กล่าวเสียงดังต่อไปคนเดียวว่า
โปรดเถิด พระเจ้าข้า
โปรดช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้พ้นภยันตรายทั้งสิ้น
โปรดประทานสันติสุขทุกวันนี้ ทรงพระกรุณาให้พ้นบาป
และปลอดภัยจากความวุ่นวายใดๆ ตลอดไป
ขณะที่หวังจะได้รับความสุข
และรอรับเสด็จพระเยซูคริสตเจ้า
พระผู้กอบกู้ข้าพเจ้าทั้งหลาย
โปรดช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้พ้นภยันตรายทั้งสิ้น
โปรดประทานสันติสุขทุกวันนี้ ทรงพระกรุณาให้พ้นบาป
และปลอดภัยจากความวุ่นวายใดๆ ตลอดไป
ขณะที่หวังจะได้รับความสุข
และรอรับเสด็จพระเยซูคริสตเจ้า
พระผู้กอบกู้ข้าพเจ้าทั้งหลาย
เหตุว่า พระอาณาจักร พระอานุภาพ และพระสิริรุ่งโรจน์ เป็นของพระองค์ตลอดนิรันดร
130. ต่อจากนั้น พระสงฆ์พนมมือ กล่าวต่อไปว่า
ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า พระองค์ตรัสกับอัครสาวกว่า
“เรามอบสันติสุขให้ท่าน เราให้สันติสุขของเราแก่ท่าน”
โปรดอย่าทรงถือโทษข้าพเจ้า แต่โปรดทอดพระเนตร
เห็นความเชื่อในพระศาสนจักรของพระองค์
และโปรดให้พระศาสนจักรสงบราบรื่น มีสามัคคีธรรม
ตามพระประสงค์ของพระองค์
ผู้ทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
“เรามอบสันติสุขให้ท่าน เราให้สันติสุขของเราแก่ท่าน”
โปรดอย่าทรงถือโทษข้าพเจ้า แต่โปรดทอดพระเนตร
เห็นความเชื่อในพระศาสนจักรของพระองค์
และโปรดให้พระศาสนจักรสงบราบรื่น มีสามัคคีธรรม
ตามพระประสงค์ของพระองค์
ผู้ทรงจำเริญและครองราชย์ตลอดนิรันดร
สัตบุรุษตอบว่า
อาเมน
128. พระสงฆ์กางแขนเล็กน้อยหรือพนมมือ กล่าวต่อไปว่า
ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าสถิตกับท่านทั้งหลายเสมอ
สัตบุรุษตอบว่า
และสถิตกับท่านด้วย
129. อันดับต่อไป หากเห็นเหมาะสม สังฆานุกร หรือพระสงฆ์กล่าวต่อไปว่า
ให้เรามอบสันติสุขของพระคริสตเจ้าแก่กันและกัน
ทุกคนแสดงความเป็นมิตรต่อกันตามขนบธรรมเนียมท้องถิ่น
130. พระสงฆ์มอบสันติสุขให้แก่สังฆานุกรหรือผู้ช่วย
ครั้นแล้วหยิบแผ่นศีล บิเหนือจานรองแผ่นศีล ใส่ชิ้นเล็กลงในถ้วย กล่าวเบาๆ ว่า
ขอพระกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้าที่รวมกันนี้
ทรงบันดาลให้เราทุกคนผู้รับศีลนี้มีชีวิตนิรันดร
ทรงบันดาลให้เราทุกคนผู้รับศีลนี้มีชีวิตนิรันดร
131. ระหว่างนั้น ขับร้องหรือกล่าวว่า
ลูกแกะพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก ทรงพระกรุณาเทอญ
ลูกแกะพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก ทรงพระกรุณาเทอญ
ลูกแกะพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก โปรดประทานสันติสุขเทอญ
ลูกแกะพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก ทรงพระกรุณาเทอญ
ลูกแกะพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก โปรดประทานสันติสุขเทอญ
บทนี้ซ้ำได้หลายๆ ครั้ง ถ้ายังบิปังไม่เสร็จ แต่ครั้งสุดท้ายให้ลงท้ายว่า “โปรดประทานสันติสุขเทอญ”
132. ครั้นแล้วพระสงฆ์พนมมือ กล่าวเบาๆ ว่า
ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า บุตรพระเจ้าผู้ทรงชีวิต
พระองค์สิ้นพระชนม์ตามพระประสงค์ของพระบิดา
เพื่อบันดาลให้โลกมีชีวิต อาศัยพระจิตเจ้าทรงช่วยเหลือ
โปรดช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความชั่วร้าย และภยันตรายทั้งปวง
อาศัยพระกายและพระโลหิตศักดิ์สิทธิ์
โปรดให้ข้าพเจ้ายึดมั่นปฏิบัติตามพระบัญญัติเสมอ
และอย่าปล่อยให้พรากจากพระองค์เลย
พระองค์สิ้นพระชนม์ตามพระประสงค์ของพระบิดา
เพื่อบันดาลให้โลกมีชีวิต อาศัยพระจิตเจ้าทรงช่วยเหลือ
โปรดช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความชั่วร้าย และภยันตรายทั้งปวง
อาศัยพระกายและพระโลหิตศักดิ์สิทธิ์
โปรดให้ข้าพเจ้ายึดมั่นปฏิบัติตามพระบัญญัติเสมอ
และอย่าปล่อยให้พรากจากพระองค์เลย
ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า
โปรดอย่าให้การรับพระกายและพระโลหิตของพระองค์
เป็นการตัดสินลงโทษ แต่เพราะพระองค์ทรงพระเมตตา
โปรดให้เป็นการคุ้มครอง บำบัดรักษาข้าพเจ้าทั้งกายและใจ ด้วยเทอญ
โปรดอย่าให้การรับพระกายและพระโลหิตของพระองค์
เป็นการตัดสินลงโทษ แต่เพราะพระองค์ทรงพระเมตตา
โปรดให้เป็นการคุ้มครอง บำบัดรักษาข้าพเจ้าทั้งกายและใจ ด้วยเทอญ
133. พระสงฆ์พนมมือไหว้ ยกแผ่นศีลเหนือจานรองแผ่นศีลหรือยกเหนือถ้วยเหล้าองุ่น
หันไปทางสัตบุรุษกล่าวเสียงดังว่า
หันไปทางสัตบุรุษกล่าวเสียงดังว่า
นี่คือลูกแกะพระเจ้า นี่คือผู้ทรงลบล้างบาปของโลก
ผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกมาร่วมงานเลี้ยงของพระองค์ ย่อมเป็นสุข
ผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกมาร่วมงานเลี้ยงของพระองค์ ย่อมเป็นสุข
134. ครั้นแล้ว พระสงฆ์กับสัตบุรุษกล่าวพร้อมกันครั้งเดียวว่า
พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าไม่สมควรจะรับเสด็จมาประทับอยู่กับข้าพเจ้า
โปรดตรัสเพียงพระวาจาเดียว แล้วจิตใจข้าพเจ้าก็จะบริสุทธิ์
โปรดตรัสเพียงพระวาจาเดียว แล้วจิตใจข้าพเจ้าก็จะบริสุทธิ์
135. พระสงฆ์กล่าวเบาๆ ว่า
ขอพระกายพระคริสตเจ้า
คุ้มครองและนำข้าพเจ้าไปสู่ชีวิตนิรันดร
คุ้มครองและนำข้าพเจ้าไปสู่ชีวิตนิรันดร
ครั้นแล้วพระสงฆ์รับพระกายด้วยความเคารพ
ต่อจากนั้น ยกถ้วยเหล้าองุ่น กล่าวเบาๆ ว่า
ขอพระโลหิตพระคริสตเจ้า
คุ้มครองและนำข้าพเจ้าไปสู่ชีวิตนิรันดร
คุ้มครองและนำข้าพเจ้าไปสู่ชีวิตนิรันดร
ครั้นแล้วพระสงฆ์รับพระโลหิตด้วยความเคารพ
136. ต่อจากนั้น พระสงฆ์นำแผ่นศีลในจานรองศีลหรือในผอบศีล เดินไปหาผู้รับศีล
ยกแผ่นศีลขึ้นเล็กน้อย ให้ผู้รับแต่ละคนเห็น พร้อมกล่าวว่า
ยกแผ่นศีลขึ้นเล็กน้อย ให้ผู้รับแต่ละคนเห็น พร้อมกล่าวว่า
พระกายพระคริสตเจ้า
ผู้รับศีลตอบ
อาเมน
พระสงฆ์ส่งศีลให้ผู้รับศีล ถ้าสังฆานุกรส่งศีล ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน
137. หากมีผู้รับศีลทั้งพระกายและพระโลหิต ให้ปฏิบัติตามกฎที่กำหนดไว้
138. ขณะที่พระสงฆ์รับพระกาย ให้เริ่มขับร้อง “เพลงรับศีล”
66. เพลงรับศีล
1 คร 5:7-8
พระคริสตเจ้าองค์ปัสกาของเราได้ถูกฆ่าบูชาแล้ว เราจงฉลองกันเถิด มิใช่ด้วยเชื้อแป้งเก่าคือความชั่วร้ายเลวทราม แต่ด้วยแป้งไร้เชื้อ คือความจริงใจและสัจจะ อัลเลลูยา
139. เมื่อส่งศีลเสร็จแล้ว พระสงฆ์หรือสังฆานุกรเก็บเศษศีลบนจานรองใส่ในถ้วย แล้วล้างถ้วย
ขณะล้างถ้วยพระสงฆ์กล่าวเบาๆ ว่า
ขณะล้างถ้วยพระสงฆ์กล่าวเบาๆ ว่า
ข้าแต่พระเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลายรับของประทานนี้ไว้
ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ให้เป็นการคุ้มครองบำบัดรักษา
ทั้งกายและใจ บัดนี้และตลอดไปด้วยเถิด
ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ให้เป็นการคุ้มครองบำบัดรักษา
ทั้งกายและใจ บัดนี้และตลอดไปด้วยเถิด
140. หลังจากนั้น พระสงฆ์กลับไปที่นั่งก็ได้ ทุกคนภาวนาขอบพระคุณพระเจ้า เงียบสักครู่หนึ่ง หรือขับร้อง “เพลงสดุดี” หรือ “เพลงสรรเสริญ” ก็ได้ สุดแต่จะเห็นสมควร
141. ต่อจากนั้น พระสงฆ์ยืนอยู่ตรงที่นั่ง หรือที่พระแท่นบูชา พนมมือกล่าวว่า
ให้เราภาวนา
ทุกคนพร้อมกับพระสงฆ์ภาวนาเงียบๆ สักครู่หนึ่ง เว้นแต่ได้ภาวนาเงียบมาก่อน
แล้วพระสงฆ์พนมมือ กล่าว “บทภาวนาหลังรับศีล”
แล้วพระสงฆ์พนมมือ กล่าว “บทภาวนาหลังรับศีล”
67. บทภาวนาหลังรับศีล
ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงหลั่งพระจิต องค์ความรักของพระองค์ลงมายังข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายรับศีลปัสกาอิ่มหนำแล้ว ขอทรงพระกรุณาโปรดให้มีความรักสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
จบแล้ว สัตบุรุษตอบ
อาเมน
ปิดพิธี
144. หากมีเรื่องราวที่ต้องการแจ้งให้สัตบุรุษทราบ ให้ประกาศสั้นๆ ในตอนนี้
145. ต่อจากนั้น พระสงฆ์กางแขนเล็กน้อยหรือพนมมือ กล่าวว่า
พระเจ้าสถิตกับท่าน
สัตบุรุษตอบว่า
และสถิตกับท่านด้วย
ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ✞ พระบิดา พระบุตร และพระจิต
ประทานพระพรแก่ท่านทั้งหลาย
ประทานพระพรแก่ท่านทั้งหลาย
อาแมน
ภาคผนวก
บทอวยพรอย่างสง่า
บทอวยพรต่อไปนี้ พระสงฆ์อาจเลือกใช้ในตอนท้ายของพิธีบูชาขอบพระคุณ หรือในตอนท้ายของพิธีทำวัตร หรือพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์
สังฆานุกร หรือถ้าไม่มีสังฆานุกร พระสงฆ์เองเป็นผู้กล่าวคำเชิญชวนว่า “โปรดก้มศีรษะลง” หรือถ้อยคำอื่นที่เหมาะสม
ต่อจากนั้นพระสงฆ์ปกมือ กล่าวบทอวยพร สัตบุรุษตอบ “อาเมน”
สังฆานุกร หรือถ้าไม่มีสังฆานุกร พระสงฆ์เองเป็นผู้กล่าวคำเชิญชวนว่า “โปรดก้มศีรษะลง” หรือถ้อยคำอื่นที่เหมาะสม
ต่อจากนั้นพระสงฆ์ปกมือ กล่าวบทอวยพร สัตบุรุษตอบ “อาเมน”
68. อวยพรอย่างสง่า
ในโอกาสสมโภชปัสกาคืนนี้ ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงอำนวยพระพร และทรงพระเมตตาปกป้องท่านทั้งหลาย ให้พ้นจากการจู่โจมของบาปทั้งปวงเทอญอาเมนพระเจ้าทรงฟื้นฟูให้ท่านทั้งหลายกลับมีชีวิตนิรันดร โดยให้พระบุตรทรงกลับคืนพระชนมชีพ ขอพระองค์โปรดให้ท่านทั้งหลายได้รับบำเหน็จคือความไม่รู้ตายเทอญอาเมนเมื่อสัปดาห์พระทรมานสิ้นสุดลงแล้ว ท่านทั้งหลายเฉลิมฉลองงานสมโภชปัสกาด้วยความยินดี ขอพระองค์โปรดให้ท่านทั้งหลาย มีจิตใจชื่นบานที่ได้บรรลุถึงวันปัสกา ซึ่งจะนำมาแต่ความชื่นชมยินดีเป็นนิจนิรันดร์เทอญอาเมนขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระบิดา และพระบุตร 10016 และพระจิต ประทานพระพรแก่ท่านทั้งหลายเทอญอาเมน69. เวลาเชิญสัตบุรุษให้กลับไป สังฆานุกรหรือพระสงฆ์เองกล่าวว่าพิธีบูชาขอบพระคุณจบแล้ว จงชื่นชมยินดีและไปประกาศให้ทราบทั่วกันว่า พระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว อัลเลลูยา อัลเลลูยาขอขอบพระคุณพระเจ้า อัลเลลูยา อัลเลลูยา** สูตรนี้ให้ใช้ตลอดอัฐมวารปัสกา 70. ให้จุดเทียนปัสกาในโอกาสประกอบพิธีกรรมอย่างสง่าตลอดเทศกาลปัสกา
146. ครั้นแล้ว สังฆานุกรหรือพระสงฆ์พนมมือ กล่าวว่า
พิธีบูชาขอบพระคุณจบแล้ว
จงไปปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้าเถิด
จงไปปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้าเถิด
ขอขอบพระคุณพระเจ้า
พิธีบูชาขอบพระคุณจบแล้ว
จงไปในสันติสุขของพระคริสตเจ้าเถิด
จงไปในสันติสุขของพระคริสตเจ้าเถิด
ขอขอบพระคุณพระเจ้า
พิธีบูชาขอบพระคุณจบแล้ว
จงชื่นชมยินดีและไปประกาศให้ทราบทั่วกันว่า
พระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว (อัลเลลูยา อัลเลลูยา)
จงชื่นชมยินดีและไปประกาศให้ทราบทั่วกันว่า
พระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว (อัลเลลูยา อัลเลลูยา)
ขอขอบพระคุณพระเจ้า (อัลเลลูยา อัลเลลูยา)
147. พระสงฆ์กราบแท่นบูชาเหมือนตอนเริ่มพิธี ก่อนจากไป พระสงฆ์ทำความเคารพพร้อมกับผู้ช่วยตามแบบที่กำหนด (ไหว้หรือโค้งคำนับ)
148. หากมีศาสนพิธีกรรมอื่นใดที่ต่อเนื่องมาทันที ให้งดส่วนปิดพิธี
ปรับปรุงครั้งสุดท้าย : 8 มิ.ย. 2019
ติดต่อ : admin@thmass.online