วันอาทิตย์ (ใบลาน) พระมหาทรมานของพระคริสตเจ้า (ปี C)

พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า

-1.-
-วันนี้ พระศาสนจักรระลึกถึงพระเยซูคริสตเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม เพื่อพระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกาจะได้สำเร็จไป ดังนั้น ในพิธีบูชาขอบพระคุณทุกครั้ง จะมีการระลึกถึงพระองค์เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มดังกล่าวนี้ โดยพิธีแห่เข้าหรือการเข้าโบสถ์อย่างสง่าก่อนพิธีบูชาขอบพระคุณเอก ส่วนพิธีบูชาขอบพระคุณอื่นๆ มีการเข้าโบสถ์อย่างธรรมดา อย่างไรก็ดี การเข้าโบสถ์อย่างสง่านั้นจะทำซ้ำอีกก็ได้ เมื่อมีสัตบุรุษมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก แต่การแห่จะทำซ้ำไม่ได้-

พิธีระลึกถึงพระเยซูเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม

แบบที่หนึ่ง : การแห่

-2.-
-เมื่อถึงเวลาที่กำหนด สัตบุรุษมาชุมนุมกันในโบสถ์เล็กหรือสถานที่อื่นที่เหมาะสม นอกโบสถ์ที่จะมีพิธีบูชาขอบพระคุณ ทุกคนถือใบลาน-
-3.-
-พระสงฆ์ (และสังฆานุกร) สวมอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์สีแดงที่ต้องใช้สำหรับพิธีบูชาขอบพระคุณ-
-4.-
-ระหว่างที่ชุมนุมอยู่นั้น ร้องเพลงลำนำต่อไปนี้ หรือเพลงอื่นที่เหมาะสม- !-==เพลงลำนำ==, -มธ 21:9-!-โฮซานนาแด่โอรสของกษัตริย์ดาวิด ขอถวายพระพรแด่ผู้มาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า โฮซานนา ณ สวรรค์สูงสุด -(หรือเพลงที่ 53)- โฮซานนาแด่โอรสของดาวิด ขอถวายพรแด่ผู้มาในนามของพระเจ้า ข้าแต่พระราชาแห่งอิสราเอล โฮซานนา พระเจ้าสูงสุด
-5.-
-พระสงฆ์ทักทายสัตบุรุษโดยเริ่มว่า “เดชะพระนาม...” ทักทายตามธรรมเนียม แล้วกล่าวคำเตือนใจสั้นๆ ใช้ถ้อยคำต่อไปนี้หรือถ้อยคำที่คล้ายคลึงกันเชิญชวนให้ร่วมพิธีของวันนี้อย่างศรัทธา- พี่น้องทั้งหลาย เราได้เตรียมจิตใจของเราด้วยการใช้โทษบาป และประกอบกิจเมตตาปรานีตั้งแต่ต้นเทศกาลมหาพรตแล้ว วันนี้ เรามาชุมนุมกันที่นี่ เพื่อร่วมใจกับคริสตชนทั่วโลก ฉลองพระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกาของพระคริสตเจ้า พระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกานี้ได้แก่การรับทรมาน และการกลับคืนพระชนมชีพจากความตาย และการเสด็จสู่สวรรค์อย่างรุ่งโรจน์ พระองค์ได้เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม นครศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทำให้พระธรรมล้ำลึกแห่งปัสกานี้สำเร็จไป ดังนั้น ขณะที่เรากำลังระลึกถึง การที่พระองค์เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มนี้ ขอพระหรรษทานช่วยเราให้ตามเสด็จ โดยร่วมจิตใจทนทุกข์กับพระองค์ เพื่อกลับคืนชีพมีชีวิตอยู่กับพระองค์ตลอดไป
-6.-
-กล่าวเตือนใจแล้ว พระสงฆ์พนมมือ สวดภาวนาบทใดบทหนึ่ง ดังต่อไปนี้- ให้เราภาวนา ข้าแต่พระผู้ทรงสรรพานุภาพ สถิตนิรันดร ขอโปรดบันดาลให้ใบลานเหล่านี้ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยพระพร 10016 ของพระองค์ ขอโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้กำลังตามเสด็จพระคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ด้วยใจชื่นชมยินดีอยู่นี้ ได้บรรลุถึงนครเยรูซาเล็มนิรันดรด้วยเถิด พระองค์ท่านทรงจำเริญ และครองราชย์ตลอดนิรันดร (รับ) อาเมน -หรือ- ให้เราภาวนา ข้าแต่พระเจ้า โปรดให้ผู้วางใจในพระองค์ได้รับความเชื่อทวียิ่งขึ้น ขอทรงพระเมตตาฟังคำอธิษฐานภาวนาของผู้วอนขอ ข้าพเจ้าทั้งหลายต่างถือใบลานมารับเสด็จ พระคริสตเจ้าผู้ทรงชัยในวันนี้ ขอโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายนำกิจการดี เป็นผลงานมาถวายพระองค์ด้วยเถิด พระองค์ท่านทรงจำเริญ และครองราชย์ตลอดนิรันดร (รับ) อาเมน -(แล้วพระสงฆ์เอาน้ำเสกพรมใบลาน)-
-7.-
-ต่อจากนั้น อ่านเรื่องพระเยซูเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มดังต่อไปนี้ (สังฆานุกรเป็นผู้อ่าน ถ้าหาก ไม่มีสังฆานุกร พระสงฆ์เป็นผู้อ่านเองตามปกติ)- !-==10016 บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิว==, -มธ 21:1-11-!-
เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จพร้อมกับบรรดาศิษย์เข้ามาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม และเสด็จมาที่หมู่บ้านเบทฟายีบนภูเขามะกอกเทศ พระองค์ทรงใช้ศิษย์สองคน ตรัสสั่งว่า “จงไปที่หมู่บ้านข้างหน้า แล้วท่านจะพบแม่ลาตัวหนึ่งผูกอยู่ มีลูกอยู่ด้วย จงแก้เชือกและจูงมาให้เราเถิด ถ้ามีใครถาม จงตอบว่า ‘พระอาจารย์ต้องการใช้มัน และจะส่งกลับคืนให้ทันทีเมื่อใช้เสร็จ’ ” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพื่อพระดำรัสที่ตรัส ทางประกาศกจะได้เป็นความจริงว่า
จงบอกธิดาแห่งศิโยนว่า ดูซิ กษัตริย์ของท่านเสด็จมาพบท่าน มีพระทัย อ่อนโยน ประทับบนแม่ลา บนลูกลา สัตว์ใช้งาน
ศิษย์ทั้งสองคนไปทำตามที่พระเยซูเจ้าทรงสั่ง เขาจูงแม่ลาและลูกลามาถวาย พระองค์ ปูเสื้อคลุมของตนบนหลังลา พระองค์ประทับบนหลังลา ประชาชนจำนวน มากปูเสื้อคลุมของตนบนทางเดิน บางคนตัดกิ่งไม้มาวางตามทางเดิน ประชาชน ทั้งที่เดินไปข้างหน้าและที่ตามมาข้างหลัง ต่างโห่ร้องว่า
“โฮซานนาแด่โอรสของกษัตริย์ดาวิด
ขอถวายพระพรแด่ผู้มาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า
โฮซานนา ณ สวรรค์สูงสุด”
เมื่อพระองค์เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มแล้ว ประชาชนทั่วทั้งเมืองต่างแตกตื่น ถามวา่ “ผู้นี้เป็นใครหนอ” ประชาชนที่ติดตามพระเยซูเจ้าก็ตอบว่า “ผู้นี้คือพระเยซู ประกาศกจากนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลี” -(พระวาจาของพระเจ้า)-
-8.-
-อ่านพระวรสารแล้ว ถ้าเห็นสมควรจะมีเทศน์สั้นๆ ก็ได้ ต่อจากนั้น เวลาจะเริ่มแห่ พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธี หรอื ผู้ช่วยพิธีอื่นที่เหมาะสมจะกล่าวเตือนด้วยถ้อยคำต่อไปนี้ หรือถ้อยคำที่คล้ายคลึงกันก็ได้ว่า- พี่น้องทั้งหลาย ให้เราทำตามอย่างประชากรที่โห่ร้องรับเสด็จพระเยซูเจ้า ให้เราเดินไปในวิถีแห่งสันติสุข -หรือ- ให้เราดำเนินไปในสันติสุขเถิด -ทุกคนตอบรับว่า- ในพระนามของพระคริสตเจ้า อาเมน
-9.-
-แล้วขบวนแห่ก็เริ่มเคลื่อนไปยังโบสถ์ที่จะมีการถวายมิสซา ถ้าใช้กำยาน ผู้ถือเต้าที่ใส่กำยาน แล้วนำขบวน ถัดมาผู้ถือกางเขนเดินระหว่างกลางผู้ถือเทียน 2 คน กางเขนนี้ควรตกแต่งด้วยใบลาน ต่อมาพระสงฆ์ ผู้ช่วยพิธีและสัตบุรุษถือใบลานตามมา ขณะกำลังแห่ นักขับร้องและสัตบุรุษร้องเพลง ต่อไปนี้หรือเพลงอื่นที่เหมาะสม- !-==เพลงลำนำ==, -!พวกเด็กชาวฮีบรู ถือกิ่งมะกอกไปรับเสด็จพระคริสตเจ้า ต่างส่งเสียงโห่ร้องว่า โฮซานนา พระเจ้าสูงสุด -(หรือเพลงที่ 54)-บรรดาเด็กชาวฮีบรู ถือกิ่งมะกอกไปรับเสด็จพระคริสตเจ้า พลางส่งเสียงโห่ร้องและกล่าวว่า โฮซานนา พระเจ้าสูงสุด -(เพลงลำนำนี้จะร้องสลับกับเพลงสดุดีที่ 24 ก็ได้)- !-==เพลงสดุดี==, -สดด 24-!-
ก.
แผ่นดินและสรรพสิ่งบนแผ่นดินเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า โลกและผู้คนที่อยู่ในโลกก็เช่นเดียวกัน พระองค์ทรงวางรากฐานของโลกไว้เหนือทะเล ทรงตรึงยึดไว้มั่นคงบนกระแสน้ำไหล ใครจะขึ้นไปยังภูเขาขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ ใครจะยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
ข.
ผู้มีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์ ผู้มีใจไม่ใฝ่หารูปเคารพ ผู้ไม่ออกปากสาบานเพียงเพื่อหลอกลวง บุคคลเช่นนี้จะได้รับพระพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้า จะได้รับความเป็นธรรมจากพระเจ้าผู้ทรงช่วยเขาให้รอดพ้น นี่คือพงศ์พันธุ์ที่แสวงหาพระองค์ แสวงหาพระพักตร์ของพระองค์ข้าแต่พระเจ้าแห่งยาโคบ
ค.
ประตูเอ๋ย จงยกไม้ขวางของเจ้าขึ้นเถิด จงยกบานประตูโบราณขึ้นให้สูง ให้พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์เสด็จเข้ามา พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์พระองค์นี้คือผู้ใด พระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพลังและทรงอานุภาพ องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงอานุภาพในยุทธภูมิ
!-==เพลงลำนำ==, -!พวกเด็กชาวฮีบรู เอาเสื้อผ้าปูถนนรับเสด็จ พลางส่งเสียงร้องว่า “จงถวายสาธุการแด่พระโอรสของดาวิด ขอถวายพรแด่ผู้มาในพระนามของพระเจ้า” -(หรือเพลงที่ 54)-บรรดาเด็กชาวฮีบรู ถือกิ่งมะกอกไปรับเสด็จพระคริสตเจ้า พลางส่งเสียงโห่ร้องและกล่าวว่า โฮซานนา พระเจ้าสูงสุด -r(เพลงลำนำนี้จะร้องสลับกับเพลงสดุดีที่ 47 ก็ได้)- !-==เพลงสดุดี==, -สดด 47-!-
ก.
ประชากรทั้งหลาย จงปรบมือเถิด จงเปล่งเสียงโห่ร้องถวายพระเจ้าด้วยความยินดี เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าสูงสุด ทรงน่าเกรงขาม ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เหนือทั่วแผ่นดิน
ข.
ทรงนำประชาชนทั้งหลายมาไว้ใต้อำนาจของเรา และทรงนำนานาชาติมาไว้ใต้เท้าของเรา พระองค์ทรงเลือกแผ่นดินเป็นมรดกสำหรับเรา เป็นความภูมิใจของยาโคบ ซึ่งพระองค์ทรงรัก
ค.
พระเจ้าเสด็จขึ้นขณะที่มีเสียงโห่ร้องถวายชัย องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จไปขณะที่มีเสียงเป่าเขาสัตว์ จงร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า จงร้องเพลงเถิด จงร้องเพลงถวายกษัตริย์ของเรา จงร้องเพลง เพราะพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ปกครองทั่วแผ่นดิน จงร้องเพลงไพเราะถวายพระองค์เถิด
ง.
พระเจ้าทรงปกครองเหนือนานาชาติ พระองค์ประทับอยู่บนพระบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ บรรดาผู้นำประชาชนทั้งหลายมาชุมนุมกัน พร้อมกับประชากรของพระเจ้าแห่งอับราฮัม ผู้ทรงอำนาจบนแผ่นดินเป็นของพระเจ้า พระองค์ทรงรับการยกย่องอย่างยิ่ง
!-==เพลงสรรเสริญพระคริสตกษัตริย์==, -!
(ก่อ) 1.
พระคือขัตติยาอิสราเอล ดาวิดวงศ์เด่นจรัสศรี เสด็จมาในพระนามจอมโลกีย์ เป็นกษัตริย์ปฐพีครองวิญญาณ์
2.
เทวัญทุกชั้นสรวงสวรรค์ มนุษย์สัตว์สารพันทุกราศี พร้อมกันสรรเสริญพระภูมี สุขเกษมเปรมปรีดิ์น้อมวันทา
3.
ชาวชนฮีบรูกรูกันวิ่ง ชูกิ่งปาล์มชัยในรัศมี ฝ่ายเราเข้าเฝ้า ณ บัดนี้ จงรักภักดีภาวนา
4.
พวกเขาเหล่านั้นร้องสรรเสริญ พระใกล้เผชิญมรณ์วิถี ฝ่ายเราถวายสดุดี เฉลิมราชย์สุทธีพระราชา
5.
พวกเราเป็นที่สบพระทัย ศรัทธาข้าไซร้สมศักดิ์ศรี วอนจอมราชัยได้ปรานี ประทานสิ่งดีทรงเมตตา
(รับ)
ข้าแต่พระคริสตราชา ผู้ไถ่โลกานำวิถี โปรดสดับรับคำสดุดี เฉลิมพระเกียรติรุจีกษัตรา เยาวชนฮีบรูผู้มีบุญ ห้อมล้อมเจ้าพระคุณด้วยหรรษา แห่แหนโห่ร้องซ้องศรัทธา ชื่นชมทั่วหน้าสู่ธานี
-10.-
-เมื่อขบวนแห่เข้าโบสถ์ให้ร้องเพลงก่อรับต่อไปนี้ หรือเพลงอื่นที่กล่าวถึงพระคริสตเจ้า เมื่อเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม-
(รับ)
ปางองค์พระคริสต์
สู่กรุงศักดิ์สิทธิ์
สัมฤทธิ์เจตนา
เยาวชนฮีบรู
ต่างกรูกันมา
พร้อมประกาศว่า
เยซูทรงชัย
พระเจ้าชีวิต
บำเพ็ญราชกิจ
ล้วนน่าเลื่อมใส
พระจักคืนชนม์
ส่งผลเกรียงไกร
พลางโบกปาล์มไสว
สาธุการพระบิดา
(ก่อ)
เมื่อประชาชนได้ยินว่า พระเยซูเจ้าเสด็จมากรุงเยรูซาเล็ม จึงออกไปรับเสด็จพระองค์ ต่างโบกใบลานร้องว่า “สาธุการแด่พระเจ้าสูงสุด”
-(หรือเพลงที่ 55)- โฮซานนา พระเจ้าสูงสุด ขอถวายพรแด่ผู้มาในนามของพระเจ้า โฮซานนา พระเจ้าสูงสุด
-11.-
-เมื่อมาถึงแท่นบูชา พระสงฆ์แสดงความเคารพพระแท่นและจะถวายกำยานด้วยก็ได้ หลังจากนั้น เดินไปยังที่นั่ง งดภาคเริ่มพิธี โดยสวดบทภาวนาของประธานทันที ซึ่งถือว่าเป็นการปิดการแห่ แล้วพิธีบูชาขอบพระคุณดำเนินต่อไปด้วยการอ่านบทอ่าน-
-12.-
-ถ้าไม่สะดวกที่จะจัดขบวนแห่จากสถานที่นอกวัด ก็ให้พระสงฆ์และผู้ช่วยพิธีและสัตบุรุษ จำนวนหนึ่งแห่จากด้านในประตูวัดเข้ามาก็ได้-
!-

แบบที่สอง การเข้าโบสถ์อย่างธรรมดา

, -!
-13.-
-ในพิธีบูชาขอบพระคุณอื่นๆ ของวันอาทิตย์นี้ ซึ่งไม่มีการเข้าโบสถ์อย่างสง่า ให้ทำการระลึกถึง พระเยซูเจ้าเมื่อเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม โดยการเดินเข้าโบสถ์อย่างธรรมดา-
-14.-
-ขณะที่พระสงฆ์เดินมาแท่นบูชาให้ร้องเพลงเริ่มพิธีกับเพลงสดุดีหรือเพลงอื่นที่กล่าวถึงเรื่องเดียวกัน เมื่อมาถึงแท่นบูชาแล้ว พระสงฆ์แสดงความเคารพเดินไปยังที่นั่ง ปราศรัยต้อนรับสัตบุรุษทันที แล้วมิสซาดำเนินต่อไปเช่นเคย ในมิสซาที่ไม่มีการขับร้อง เมื่อถึงแท่นบูชาและแสดงความเคารพแล้ว พระสงฆ์ปราศรัย ต้อนรับสัตบุรุษทันที อ่านเพลงเริ่มพิธีแล้วมิสซาดำเนินต่อไปเช่นเคย- !-==เพลงเริ่มพิธี==, -เทียบ ยน 12:1, 12-13, สดด 24:9-10-!- ก่อนวันสมโภชปัสกาหกวัน เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม บรรดาเด็กได้ออกไปรับเสด็จ ถือใบลาน ร้องเสียงดังว่า “โฮซานนา สาธุการแด่พระเจ้าสูงสุด ขอถวายพรแด่พระผู้เสด็จมาพร้อมด้วยพระเมตตาอย่างล้นเหลือ” ประตูเอ๋ย จงยกไม้ขวางของเจ้าขึ้นเถิด จงยกบานประตูโบราณขึ้นให้สูง ให้พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์เสด็จเข้ามา พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์พระองค์นี้คือผู้ใด พระองค์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมจักรวาล พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์ “โฮซานนา สาธุการแด่พระเจ้าสูงสุด ขอถวายพรแด่พระผู้เสด็จมาพร้อมด้วยพระเมตตาอย่างล้นเหลือ”
-15.-
หลังการแห่หรือการเข้าโบสถ์อย่างสง่า พระสงฆ์เริ่มมิสซาด้วยบทภาวนาของประธาน
บทภาวนาของประธาน
ข้าแต่พระผู้ทรงสรรพานุภาพสถิตนิรันดร

พระองค์โปรดให้พระผู้ไถ่ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ทรงรับสภาพมนุษย์ และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
เป็นพระฉบับความถ่อมตนให้ปฏิบัติตาม
ขอทรงพระกรุณาโปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ได้รับคำสอน ให้มีความอดทนตามพระฉบับ
เพื่อสมจะกลับคืนชีพเหมือนกับพระองค์ท่าน
ผู้ทรงจำเริญและครองราชย์
เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวกับพระองค์ และพระจิต ตลอดนิรันดร
บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์
อสย 50:4-7
%paraองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าประทานให้ข้าพเจ้ามีลิ้น เหมือนลิ้นของศิษย์ที่พระองค์ทรงสอน เพื่อข้าพเจ้าจะได้รู้จักพูดจาให้กำลังใจแก่ผู้เหน็ดเหนื่อย ทุกๆ เช้าพระองค์ทรงปลุกข้าพเจ้า ทรงปลุกหูข้าพเจ้าให้ฟังเหมือนศิษย์ที่พระองค์ทรงสอน

%paraองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าทรงเปิดหูให้ข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ไม่ต่อต้าน ไม่หันหลังหนีไป ข้าพเจ้าหันหลังให้แก่ผู้โบยตีข้าพเจ้า และหันหน้าให้แก่ผู้ที่ดึงเคราข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ซ่อนหน้าแก่ผู้สบประมาทและถ่มน้ำลายรด

%paraองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าทรงช่วยข้าพเจ้า ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ต้องละอาย ข้าพเจ้าทำหน้าของข้าพเจ้าให้ด้านเหมือนหิน ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าจะไม่อับอาย
สร้อย
(เพลงที่ 50) ข้าแต่พระเจ้า ข้าแต่พระเจ้า เหตุไฉนจึงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า
เพลงสดุดี
สดด 22:7-8, 16-17, 18-19, 22-23
ก. ผู้ใดเห็นข้าพเจ้าก็เยาะเย้ย
เขายิ้มหยันและสั่นศีรษะ พลางพูดว่า
“เขาวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็ให้พระองค์ทรงช่วยซิ
ถ้าพระองค์โปรดปราน ก็ให้พระองค์ทรงปลดปล่อยเขา”

ข. สุนัขฝูงหนึ่งรี่เข้ามากลุ้มรุมข้าพเจ้า
อันธพาลกลุ่มหนึ่งปรี่เข้ามาประชิด
เขาเจาะไชมือและเท้าของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้านับกระดูกของข้าพเจ้าได้ทุกชิ้น
เขาต่างจ้องมองข้าพเจ้าและสะใจ

ค. เขานำเสื้อผ้าของข้าพเจ้ามาแบ่งปันกัน
นำเสื้อยาวของข้าพเจ้ามาจับสลากกัน
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขออย่าทรงอยู่ห่างจากข้าพเจ้า
พระองค์ทรงเป็นพลังของข้าพเจ้า โปรดเสด็จมาช่วยข้าพเจ้าโดยเร็วเถิด

ง. แล้วข้าพเจ้าจะประกาศพระนามของพระองค์แก่บรรดาพี่น้อง
จะสรรเสริญพระองค์ในหมู่ประชากรที่มาชุมนุมกัน
ท่านทั้งหลายที่ยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า จงสรรเสริญพระองค์เถิด
พงศ์พันธุ์ยาโคบเอ๋ย จงถวายพระเกียรติแด่พระองค์เถิด
พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย จงเคารพยำเกรงพระองค์เถิด
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวฟิลิปปี
ฟป 2:6-11
%paraพี่น้อง แม้ว่าพระเยซูเจ้าทรงมีธรรมชาติพระเจ้า พระองค์ก็มิได้ทรงถือว่าศักดิ์ศรีเสมอพระเจ้านั้นเป็นสมบัติที่จะต้องหวงแหน แต่ทรงสละพระองค์จนหมดสิ้น ทรงรับสภาพดุจทาส เป็นมนุษย์ดุจเรา ทรงแสดงพระองค์ในธรรมชาติมนุษย์ ทรงถ่อมพระองค์จนถึงกับทรงยอมรับแม้ความตาย เป็นความตายบนไม้กางเขน

%paraเพราะเหตุนี้ พระเจ้าจึงทรงเทิดทูนพระองค์ขึ้นสูงส่ง และประทานพระนามให้แก่พระองค์ พระนามนี้ประเสริฐกว่านามอื่นใดทั้งสิ้น เพื่อทุกคนในสวรรค์และบนแผ่นดิน รวมทั้งใต้พื้นพิภพจะย่อเข่าลงนมัสการพระนาม “เยซู” นี้ และเพื่อชนทุกภาษาจะได้ร้องประกาศว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อพระสิริรุ่งโรจน์แด่พระเจ้า พระบิดา
(เพลงที่ 83) ขอสรรเสริญเยินยอพระองค์ ราชาธิราชผู้ทรงเกียรตินิรันดร
ก่อนพระวรสาร
ฟป 2:8-9
พระคริสตเจ้าทรงถ่อมพระองค์จนถึงกับทรงยอมรับแม้ความตาย

เป็นความตายบนไม้กางเขน
เพราะเหตุนี้ พระเจ้าจึงทรงเทิดทูนพระองค์ขึ้นสูงส่ง
และประทานพระนามให้แก่พระองค์
พระนามนี้ประเสริฐกว่านามอื่นใดทั้งสิ้น
16. เมื่ออ่านเรื่องพระมหาทรมานของพระเยซูเจ้า ผู้ช่วยพิธีไม่นำเทียนและกำยานมา ผู้อ่านไม่กล่าวคำทักทาย “พระเจ้าสถิตกับท่าน” และไม่ทำเครื่องหมายกางเขนบนหนังสือเรื่องพระมหาทรมานนี้ สังฆานุกรเป็นผู้อ่าน หรือถ้าไม่มีสังฆานุกร พระสงฆ์เป็นผู้อ่าน ฆราวาสจะเป็นผู้อ่านก็ได้ แต่พระสงฆ์ควรเป็นผู้อ่านตอนที่เป็นพระวาจาของพระเยซูเจ้าถ้าทำได้ ถ้าสังฆานุกรเป็นผู้อ่านเรื่องพระทรมาน เขาจะมาขอพรจากพระสงฆ์ ตามธรรมเนียมที่ทำก่อนอ่านพระวรสาร แต่ถ้าผู้อ่านเป็นฆราวาสก็ไม่ต้องขอพรวันอาทิตย์ (ใบลาน) พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า
17. หลังอ่านเรื่องพระทรมาน ควรมีการเทศน์สั้นๆ หรือมีเวลาเงียบสักพักหนึ่ง
พระทรมานขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ผู้เล่า
พระคริสตเจ้า
ผู้พูด - ฝูงชน
พระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า จากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกา
แบบยาว ลก 22:14-23:56
เมื่อถึงเวลา พระเยซูเจ้าประทับที่โต๊ะพร้อมกับบรรดาอัครสาวก พระองค์ตรัสกับเขาว่า
“เราปรารถนาอย่างยิ่งจะกินปัสกาครั้งนี้ร่วมกับท่านก่อนจะรับทรมาน เราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่กินปัสกาอีกจนกว่าปัสกานี้จะเป็นความจริงในพระอาณาจักรของพระเจ้า”
พระองค์ทรงหยิบถ้วยขึ้น ทรงขอบพระคุณ ตรัสว่า
“จงรับถ้วยนี้ไปแบ่งกันดื่มเถิด เราบอกท่านทั้งหลายว่า ตั้งแต่นี้ไป เราจะไม่ดื่มเหล้าจากผลองุ่นอีกจนกว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึง”
พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงขอบพระคุณ ทรงบิขนมปัง ประทานให้บรรดาศิษย์ ตรัสว่า
“นี่เป็นกายของเราที่ถูกมอบเพื่อท่านทั้งหลาย จงทำดังนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด”
ในทำนองเดียวกัน เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว พระองค์ทรงหยิบถ้วย ตรัสว่า
“ถ้วยนี้เป็นพันธสัญญาใหม่ในโลหิตของเราที่หลั่งเพื่อท่านทั้งหลาย ผู้ทรยศต่อเราอยู่ที่นี่ ร่วมโต๊ะกับเราด้วย บุตรแห่งมนุษย์กำลังจะจากไปตามที่กำหนดไว้ วิบัติจงเกิดแก่ผู้ที่ทรยศต่อบุตรแห่งมนุษย์”
บรรดาศิษย์จึงถามกันว่าพวกเขาคนใดจะทำการนี้ บรรดาศิษย์โต้เถียงกันว่า ในกลุ่มของตน ผู้ใดควรได้รับการยกย่องว่ายิ่งใหญ่ที่สุด พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า
“กษัตริย์ของคนต่างชาติย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้มีอำนาจเรียกตนเองว่า เจ้าบุญนายคุณ แต่ท่านทั้งหลายจงอย่าเป็นเช่นนั้น ท่านที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด จงทำตนเป็นผู้น้อยที่สุด ผู้ที่เป็นผู้นำจงเป็นผู้รับใช้ ใครเล่ายิ่งใหญ่กว่ากัน ผู้ที่นั่งโต๊ะหรือผู้รับใช้ มิใช่ผู้ที่นั่งโต๊ะดอกหรือ แต่เราอยู่ในหมู่ท่านเหมือนเป็นผู้รับใช้จริงๆ ท่านทั้งหลายเป็นผู้ที่ยืนหยัดอยู่กับเราในการทดลองที่เราได้รับ เราจัดพระอาณาจักรให้ท่านทั้งหลาย ดังที่พระบิดาทรงจัดไว้ให้เรา ท่านจะได้กินและดื่มร่วมโต๊ะกับเราในพระอาณาจักรและจะนั่งบนบัลลังก์พิพากษาอิสราเอลทั้งสิบสองตระกูล ซีโมน เปโตร จงฟังเถิด ซาตานได้ขอและพระเจ้าทรงอนุญาตให้ซาตานทดสอบท่านทั้งหลายเหมือนฝัดข้าวสาลี แต่เราอธิษฐานอ้อนวอนเพื่อท่านให้ความเชื่อของท่านมั่นคงตลอดไป และเมื่อท่านกลับใจแล้วจงช่วยค้ำจุนพี่น้องของท่านเถิด”
เปโตรทูลตอบว่า
“พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าพร้อมแล้ว ที่จะอยู่กับพระองค์ แม้จะต้องเข้าคุก หรือจะต้องไปตายพร้อมกับพระองค์”
พระองค์ตรัสว่า
“เปโตรเอ๋ย เราบอกท่านว่า วันนี้ไก่ยังไม่ทันขัน ท่านก็จะปฏิเสธว่าไม่รู้จักเราถึงสามครั้ง”
พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์อีกว่า
“เมื่อเราส่งท่านทั้งหลายไปโดยไม่มีถุงเงิน ไม่มีย่าม ไม่มีรองเท้า ท่านขาดสิ่งใดบ้าง”
เขาเหล่านั้นตอบว่า
“ไม่ขาดสิ่งใดเลย”
พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า
“แต่บัดนี้ ผู้ใดมีถุงเงิน จงนำไปด้วย ผู้ใดมีย่ามก็จงนำไปเช่นเดียวกัน ผู้ใดไม่มีดาบก็จงขายเสื้อคลุมเพื่อซื้อดาบเถิด เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่า ถ้อยคำที่พระคัมภีร์กล่าวถึงเราว่า ‘เขาจะถูกนับอยู่ในหมู่คนอธรรม’ จะต้องเป็นความจริง”
บรรดาศิษย์ทูลว่า
“พระเจ้าข้า ที่นี่มีดาบสองเล่ม”
พระองค์ตรัสว่า
“พอแล้ว”
พระเยซูเจ้าเสด็จจากที่นั่นไปยังภูเขามะกอกเทศเช่นเคย บรรดาศิษย์ตามเสด็จไปด้วย เมื่อเสด็จถึงที่นั่นแล้ว พระองค์ตรัสกับเขาเหล่านั้นว่า
“จงอธิษฐานภาวนาเถิด เพื่อจะไม่ถูกทดลอง”
แล้วพระองค์เสด็จห่างออกไปจากบรรดาศิษย์ประมาณระยะปาก้อนหิน ทรงคุกเข่าลงอธิษฐานภาวนาว่า
“พระบิดาเจ้าข้า ถ้าพระองค์มีพระประสงค์ โปรดทรงนำถ้วยนี้ไปจากข้าพเจ้าเถิด แต่อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์เถิด”
ทูตสวรรค์องค์หนึ่งปรากฏมาถวายพละกำลังแด่พระองค์ พระองค์ทรงอยู่ในความทุกข์กังวลอย่างสาหัส จึงทรงอธิษฐานอย่างมุ่งมั่นยิ่งขึ้น พระเสโทตกลงบนพื้นดินประดุจหยดโลหิต พระองค์ทรงลุกขึ้นจากการอธิษฐานภาวนา เสด็จไปพบบรรดาศิษย์ซึ่งหลับอยู่เพราะความโศกเศร้า พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า
“นอนหลับทำไม จงลุกขึ้นอธิษฐานภาวนาเถิดเพื่อจะไม่ถูกทดลอง”
ขณะที่พระเยซูเจ้าตรัสอยู่นั้น คนหมู่หนึ่งก็มาถึง ยูดาสหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคนเป็นผู้นำ ยูดาสเข้ามาใกล้พระเยซูเจ้าเพื่อจุมพิตพระองค์ พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า
“ยูดาส ท่านใช้การจุมพิตเพื่อทรยศบุตรแห่งมนุษย์หรือ”
เมื่อบรรดาศิษย์ที่อยู่กับพระองค์เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็ทูลว่า
“พระเจ้าข้า พวกเราใช้ดาบฟันได้ไหม”
แล้วศิษย์คนหนึ่งได้ฟันผู้รับใช้ของหัวหน้าสมณะ ตัดใบหูข้างขวาของเขา แต่พระเยซูเจ้าตรัสว่า
“หยุดเถิด พอแล้ว”
ทรงสัมผัสหูและทรงรักษาเขา พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาหัวหน้าสมณะ นายทหารผู้รักษาพระวิหารและบรรดาผู้อาวุโสซึ่งมาจับกุมพระองค์ว่า
“เราเป็นโจรหรือ ท่านทั้งหลายจึงถือดาบ ถือไม้ตะบองมาจับเรา เราอยู่กับท่านทุกวันในพระวิหาร ท่านก็ไม่จับกุมเราเลย แต่นี่เป็นเวลาของท่าน เป็นอำนาจของความมืด”
เขาทั้งหลายจับกุมพระเยซูเจ้าและนำพระองค์เข้าไปในบ้านของมหาสมณะ เปโตรติดตามไปห่างๆ คนในบ้านมหาสมณะก่อไฟขึ้นที่กลางลานบ้าน เปโตรจึงเข้าไปนั่งรวมอยู่กับคนเหล่านั้นด้วย หญิงรับใช้คนหนึ่งเห็นเปโตรนั่งข้างกองไฟ จึงจ้องหน้าพูดว่า
“คนนี้อยู่กับเขาด้วย”
แต่เปโตรปฏิเสธว่า
“นางเอ๋ย ข้าพเจ้าไม่รู้จักเขา”
ต่อมาไม่นาน อีกคนหนึ่งเห็นเปโตร จึงพูดว่า
“ท่านเป็นคนหนึ่งในพวกเขาด้วย”
แต่เปโตรตอบว่า
“ไม่ใช่ดอก เพื่อนเอ๋ย”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา อีกคนหนึ่งพูดย้ำว่า
“แน่ทีเดียว คนคนนี้อยู่กับเขาด้วย เพราะเป็นชาวกาลิลี”
แต่เปโตรตอบว่า
“เพื่อนเอ๋ย ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดอะไร”
เปโตรพูดยังไม่ทันขาดคำไก่ก็ขัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเหลียวมามองเปโตร เปโตรจึงระลึกถึงพระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ตรัสกับเขาว่า “วันนี้ ก่อนไก่ขัน ท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง” เปโตรจึงออกไปข้างนอก ร้องไห้อย่างขมขื่น ผู้ที่ควบคุมพระเยซูเจ้าสบประมาทเยาะเย้ยและทุบตีพระองค์ เอาผ้าปิดพระเนตร และทูลถามพระองค์ว่า
“ทายซิว่า ใครตีเจ้า”
เขายังได้พูดกล่าวร้ายพระองค์อีกมากมาย ครั้นรุ่งเช้า บรรดาผู้อาวุโสหัวหน้าสมณะและธรรมาจารย์ร่วมประชุมกันสั่งให้นำพระองค์มาอยู่ต่อหน้าสภาสูงและพูดว่า
“ถ้าท่านเป็นพระคริสต์ จงบอกเราเถิด”
พระองค์ตรัสตอบว่า
“ถ้าเราบอกท่าน ท่านก็ไม่เชื่อ ถ้าเราถามท่าน ท่านก็ไม่ตอบ ตั้งแต่บัดนี้ บุตรแห่งมนุษย์จะประทับ ณ เบื้องขวาพระอานุภาพของพระเจ้า”
ทุกคนจึงพูดว่า
“ดังนั้น ท่านเป็นบุตรของพระเจ้าใช่ไหม”
พระองค์ตรัสตอบว่า
“ท่านพูดเองนะว่าเราเป็น”
คนเหล่านั้นจึงพูดว่า
“เราจะต้องการพยานอะไรอีก เราได้ยินจากปากของเขาแล้ว”
(พระทรมานแบบสั้นเริ่มที่นี่ )
ลก 23:1-49
ทุกคนในที่ประชุมลุกขึ้น นำพระองค์ไปมอบให้ปีลาต เขาเหล่านั้นตั้งข้อกล่าวหาพระองค์โดยพูดว่า
“เราพบคนคนนี้ยุยงประชาชนของเรา ห้ามเสียภาษีแก่พระจักรพรรดิ และอ้างว่าตนเป็นพระคริสต์กษัตริย์”
ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า
“ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ”
พระองค์ตรัสตอบว่า
“ท่านพูดเองนะ”
ปีลาตจึงพูดกับบรรดาหัวหน้าสมณะและประชาชนว่า
“เราไม่พบความผิดข้อใดในคนคนนี้”
แต่พวกเขาย้ำอีกว่า
“เขาก่อกวนประชาชนเที่ยวสั่งสอนทั่วแคว้นยูเดีย โดยเริ่มตั้งแต่แคว้นกาลิลีจนถึงที่นี่”
เมื่อปีลาตได้ยินดังนี้จึงถามว่า
“คนนี้เป็นชาวกาลิลีหรือไม่”
เมื่อทราบว่าพระองค์ทรงอยู่ในอำนาจของกษัตริย์เฮโรด จึงส่งพระองค์ไปให้กษัตริย์เฮโรด ซึ่งในขณะนั้นประทับอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม เมื่อกษัตริย์เฮโรดทอดพระเนตรเห็นพระเยซูเจ้าก็ทรงยินดีมาก เพราะทรงได้ยินเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับพระเยซูเจ้า มีพระประสงค์จะเห็นพระองค์มานานแล้ว และทรงหวังจะได้เห็นอัศจรรย์จากพระเยซูเจ้าบ้าง กษัตริย์เฮโรดตรัสถามพระเยซูเจ้าหลายเรื่อง แต่พระเยซูเจ้ามิได้ทรงตอบแต่ประการใด %paraบรรดาหัวหน้าสมณะและธรรมาจารย์ซึ่งอยู่ที่นั่นร่วมกันกล่าวหาพระเยซูเจ้าอย่างรุนแรง กษัตริย์เฮโรดพร้อมกับบรรดาทหารสบประมาทเยาะเย้ยพระเยซูเจ้า ให้พระองค์สวมเสื้อสีฉูดฉาดและส่งกลับไปมอบให้ปีลาต กษัตริย์เฮโรดและปีลาตซึ่งแต่ก่อนเป็นศัตรูกันก็กลับเป็นเพื่อนกัน ปีลาตเรียกประชุมบรรดาหัวหน้าสมณะ บรรดาผู้นำและประชาชนแล้วพูดกับเขาว่า
“ท่านทั้งหลายนำชายผู้นี้มาหาเราในฐานะเป็นผู้ยุยงประชาชนให้กบฏ เราไต่สวนเขาต่อหน้าท่านทั้งหลายแล้ว แต่ไม่พบว่าเขามีความผิดประการใด ตามที่ท่านกล่าวหา กษัตริย์เฮโรดก็ไม่ทรงพบความผิดประการใดด้วย จึงทรงส่งเขากลับมาให้เราอีก ท่านก็เห็นแล้วว่า เขาไม่ได้ทำผิดที่ควรจะมีโทษถึงตาย เพราะฉะนั้น เราจะสั่งให้เฆี่ยนเขาแล้วปล่อยไป”
แต่ประชาชนร้องตะโกนพร้อมกันว่า
“ฆ่าเขาเสีย ปล่อยบารับบัสให้เรา”
บารับบัสผู้นี้ถูกจำคุกเพราะก่อการจลาจลในเมืองและฆ่าคน ปีลาตต้องการปล่อยพระเยซูเจ้า จึงพูดกับประชาชนอีก แต่คนเหล่านั้นร้องตะโกนกลับมาว่า
“เอาไปตรึงกางเขน เอาไปตรึงกางเขน”
ปีลาตพูดกับประชาชนเป็นครั้งที่สามว่า
“เขาทำผิดอะไร เราไม่พบว่าเขาทำผิดอะไรที่ควรจะมีโทษถึงตาย ดังนั้น เราจะให้เฆี่ยนเขาและปล่อยไป”
แต่ประชาชนยังคงตะโกนเสียงดังต่อไป ขอให้เอาพระองค์ไปตรึงกางเขน และเสียงของประชาชนดังขึ้นๆ ปีลาตจึงตัดสินให้เป็นไปตามคำเรียกร้องของประชาชนปล่อยคนที่ถูกจำคุกเพราะก่อการจลาจลและฆ่าคน และมอบพระเยซูเจ้าให้เขาจัดการตามความพอใจ %paraขณะที่บรรดาทหารนำพระองค์ออกไป พวกเขาเกณฑ์ชายคนหนึ่งชื่อซีโมนชาวไซรีน ซึ่งกำลังกลับจากชนบท วางไม้กางเขนบนบ่าของเขาให้แบกตามพระเยซูเจ้า ประชาชนจำนวนมากติดตามพระองค์ไป รวมทั้งสตรีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งข้อนอกคร่ำครวญถึงพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงหันพระพักตร์มาทางสตรีเหล่านี้ ตรัสว่า
“ธิดาเยรูซาเล็มเอ๋ย อย่าร้องไห้สงสารเราเลย แต่จงร้องไห้สงสารตนเองและลูกๆ เถิด เพราะวันนั้นจะมาถึงเมื่อประชาชนจะพูดว่า ‘หญิงที่เป็นหมัน ครรภ์ที่มิได้ให้กำเนิดบุตรและนมที่มิได้เลี้ยงลูกก็เป็นสุข’ เวลานั้นประชาชนจะพูดกับภูเขาว่า ‘จงถล่มลงมาทับเราเถิด’ และพูดกับเนินเขาว่า ‘จงกลบเราไว้เถิด’ เพราะถ้าเขาทำกับไม้สดเช่นนี้ อะไรจะเกิดขึ้นกับไม้แห้งเล่า”
บรรดาทหารนำผู้ร้ายสองคนไปประหารพร้อมกับพระองค์ด้วย เมื่อมาถึงสถานที่ที่เรียกว่าเนินหัวกระโหลก บรรดาทหารตรึงพระองค์ที่นั่นพร้อมกับผู้ร้ายสองคน คนหนึ่งอยู่ข้างขวาและอีกคนหนึ่งอยู่ข้างซ้าย พระเยซูเจ้าตรัสว่า
“พระบิดาเจ้าข้า โปรดอภัยความผิดแก่เขาเถิด เพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร”
ทหารนำเสื้อผ้าของพระองค์ไปจับสลากแบ่งกัน ประชาชนยืนดูอยู่ที่นั่น ส่วนบรรดาผู้นำเยาะเย้ยพระองค์ว่า
“เขาช่วยคนอื่นให้รอดพ้นได้ ก็ให้เขาช่วยตนเองซิ ถ้าเขาเป็นพระคริสต์ ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร”
แม้แต่บรรดาทหารก็เยาะเย้ยพระองค์ด้วย เขานำเหล้าองุ่นเปรี้ยวเข้ามาถวาย พลางกล่าวว่า
“ถ้าท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิว ก็จงช่วยตนเองให้รอดพ้นซิ”
มีคำเขียนไว้เหนือพระองค์ว่า
“ผู้นี้คือกษัตริย์ของชาวยิว”
ผู้ร้ายคนหนึ่งที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน พูดดูหมิ่นพระองค์ว่า
“แกเป็นพระคริสต์ไม่ใช่หรือ จงช่วยตนเองและช่วยเราให้รอดพ้นด้วยซิ”
แต่อีกคนหนึ่งดุเขากล่าวว่า
“แกไม่เกรงกลัวพระเจ้าหรือที่มารับโทษเดียวกัน สำหรับพวกเราก็ยุติธรรมแล้ว เพราะเรารับโทษสมกับการกระทำของเรา แต่ท่านผู้นี้มิได้ทำผิดเลย”
แล้วเขาทูลว่า
“ข้าแต่พระเยซู โปรดระลึกถึงข้าพเจ้าด้วย เมื่อพระองค์จะเสด็จสู่พระอาณาจักรของพระองค์”
พระองค์ตรัสตอบเขาว่า
“เราบอกความจริงกับท่านว่า วันนี้ท่านจะอยู่กับเราในสวรรค์”
ขณะนั้น เป็นเวลาประมาณเที่ยงวัน ทั่วแผ่นดินมืดไปจนถึงเวลาบ่ายสามโมง เพราะดวงอาทิตย์มืดลง ม่านในพระวิหารฉีกขาดตรงกลาง พระเยซูเจ้าทรงร้องเสียงดังว่า
“พระบิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้ามอบจิตของข้าพเจ้าไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์”
เมื่อตรัสดังนี้แล้ว ก็สิ้นพระชนม์
(คุกเข่าเงียบๆ สักครู่หนึ่ง)
เมื่อนายร้อยเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า พูดว่า
“ชายคนนี้เป็นผู้ชอบธรรมแน่ทีเดียว”
ประชาชนที่มาชุมนุมกันดูเหตุการณ์นี้ เมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็ข้อนอก พากันกลับไป ทุกคนที่รู้จักคุ้นเคยพระองค์ รวมทั้งบรรดาสตรีที่ติดตามพระองค์มาจากแคว้นกาลิลีต่างยืนอยู่ห่างๆ คอยดูเหตุการณ์นี้
(พระทรมานแบบสั้นจบที่นี่)
ชายคนหนึ่งชื่อ โยเซฟเป็นสมาชิกในสภาสูงของชาวยิว เป็นคนดีและชอบธรรม เขาไม่เห็นด้วยกับมติและการกระทำของสภา เขามาจากเมืองอาริมาเธีย เมืองหนึ่งของชาวยิวและรอคอยพระอาณาจักรของพระเจ้า ชายผู้นี้ไปพบปีลาตขอพระศพของพระเยซูเจ้า เขาเชิญพระศพลงมา เอาผ้าป่านห่อไว้นำไปวางไว้ในคูหาซึ่งขุดไว้ในหิน คูหานั้นยังไม่เคยบรรจุศพผู้ใดเลย วันนั้น เป็นวันเตรียมสมโภชและวันสับบาโตกำลังเริ่มแล้ว บรรดาสตรีที่มากับพระองค์จากแคว้นกาลิลีได้ตามโยเซฟไปด้วย เห็นพระคูหา และสังเกตดูว่าพระศพวางไว้อย่างไร บรรดาสตรีจึงกลับไปจัดเตรียมเครื่องหอมและน้ำมันหอม แต่ในวันสับบาโต เขาหยุดพักตามบทบัญญัติ
บทข้าพเจ้าเชื่อ
บทภาวนาเตรียมเครื่องบูชา
ข้าแต่พระเจ้า
ขอให้พระทรมานของพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์
เร่งให้พระกรุณาของพระองค์อภัยบาปข้าพเจ้าทั้งหลาย
แม้ความประพฤติของข้าพเจ้าทั้งหลาย ไม่สมจะได้รับการอภัยเช่นนี้
กระนั้นก็ดี ขอสักการบูชาแสนประเสริฐ และพระเมตตาของพระองค์
บันดาลให้ข้าพเจ้าทั้งหลายสมจะได้รับด้วยเถิด
ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
บทนำขอบพระคุณ

ข้าแต่พระบิดาเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์สถิตนิรันดร พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ เป็นการเหมาะสมถูกต้องแท้จริง และเป็นมิ่งมงคลที่จะขอบพระคุณพระองค์ตลอดกาล ณ ทุกสถานแห่งหน เดชะพระบารมีพระคริสตเจ้า
แม้มิได้ทรงกระทำผิด พระองค์ยังทรงยอมรับทนทรมานเพื่อคนอธรรม ทรงรับโทษอย่างอยุติธรรมแทนคนชั่วร้าย การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่าน ชำระความผิดของข้าพเจ้าทั้งหลาย การกลับคืนพระชนมชีพนำความชอบธรรมมาให้
ดังนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายพากันถวายพระเกียรติสดุดี พร้อมกับเทพนิกรและบรรดานักบุญเป็นนิจกาล ว่าดังนี้
เพลงรับศีล
มธ 26:42
พระบิดาเจ้าข้า ถ้าข้าพเจ้าต้องดื่มจากถ้วยนี้โดยหลีกเลี่ยงมิได้แล้ว
ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์เถิด
บทภาวนาอวยพรประชากร
ข้าแต่พระเจ้า
โปรดทอดพระเนตรครอบครัวของพระองค์
ที่พระเยซูคริสตเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
ทรงมอบพระองค์ไว้ในเงื้อมมือของคนบาป
และทรงรับทรมานบนไม้กางเขน
พระองค์ท่านทรงจำเริญ และครองราชย์ตลอดนิรันดร

ปรับปรุงครั้งสุดท้าย : 8 มิ.ย. 2019
ติดต่อ : admin@thmass.online