สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า (ปี B)
(วันอาทิตย์หลังสมโภชพระตรีเอกภาพ)
เพลงเริ่มพิธี
เทียบ สดด 81:16
พระองค์ทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์ด้วยข้าวสาลีที่ดีเลิศ ให้เขากินน้ำผึ้งจากหินผาจนอิ่ม
บทพระสิริรุ่งโรจน์
บทภาวนาของประธาน
ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า พระองค์ประทานศีลศักดิ์สิทธิ์น่าพิศวงนี้ เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงพระทรมานของพระองค์ โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเคารพสักการะ พระธรรมล้ำลึกแห่งพระวรกายและพระโลหิต เพื่อจะรับรู้เสมอถึงผลของการกอบกู้ด้วยเถิด พระองค์ผู้ทรงจำเริญและครองราชย์เป็นพระเจ้าหนึ่งเดียว กับพระบิดาและพระจิต ตลอดนิรันดร
บทอ่านจากหนังสืออพยพ
อพย 24:3-8
%paraในครั้งนั้น โมเสสไปบอกให้ประชากรรู้พระวาจาทุกคำและข้อกำหนดทั้งหมดขององค์พระผู้เป็นเจ้า ประชากรทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “พวกเราจะปฏิบัติตามพระวาจาทุกคำที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเรา” โมเสสบันทึกพระวาจาทุกคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าไว้ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เขาสร้างพระแท่นบูชาไว้ที่เชิงเขา และตั้งหินสิบสองก้อนไว้เป็นตัวแทนทั้งสิบสองเผ่าของอิสราเอล เขาให้ชายหนุ่มชาวอิสราเอลเป็นผู้ถวายเครื่องเผาบูชา และฆ่าโคถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นศานติบูชา โมเสสรองเลือดครึ่งหนึ่งใส่ชามไว้ แล้วพรมเลือดอีกครึ่งหนึ่งบนพระแท่นบูชา เขาเอาหนังสือพันธสัญญาขึ้นมาอ่านให้ประชากรฟัง ประชากรตอบว่า “พวกเราจะเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระวาจาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส” โมเสสนำเลือดในชามประพรมประชากรพูดว่า “นี่คือโลหิตแห่งพันธสัญญาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำกับท่าน ตามพระวาจาเหล่านี้ทั้งหมด”
สร้อย
ข้าพเจ้าจะดื่มถ้วยแห่งความรอดพ้น และจะขานพระนามของพระเจ้า
(หรือเพลงที่ 25) จงลิ้มชิมและดูว่าพระเจ้านั้นประเสริฐ คนที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ย่อมเป็นสุข
เพลงสดุดี
สดด 116:12-13, 15-16, 17-18
ก. ข้าพเจ้าจะตอบแทนองค์พระผู้เป็นเจ้าได้อย่างไร ให้สมกับที่ทรงดีต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะชูถ้วยแห่งความรอดพ้น และเรียกขานพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้า ข. ความตายของผู้จงรักภักดีต่อองค์พระผู้เป็นเจ้ามีค่ายิ่งนัก เฉพาะพระพักตร์พระองค์ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ เป็นบุตรของหญิงรับใช้พระองค์ พระองค์ทรงปลดโซ่ตรวนที่จองจำข้าพเจ้า ค. ข้าพเจ้าจะถวายเครื่องบูชาขอบพระคุณ และจะเรียกขานพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามคำปฏิญาณที่ให้ไว้แด่องค์พระผู้เป็นเจ้า ต่อหน้ามวลประชากรของพระองค์
บทอ่านจากจดหมายถึงชาวฮีบรู
ฮบ 9:11-15
%paraพระคริสตเจ้าเสด็จมาเป็นมหาสมณะผู้นำพระพรต่างๆ ที่พระเจ้าทรงสัญญาจะประทานมาให้ พระองค์เสด็จผ่านกระโจมที่ยิ่งใหญ่กว่าและสมบูรณ์กว่า ทั้งมิใช่กระโจมที่สร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ คือมิใช่กระโจมซึ่งเป็นสิ่งสร้างของโลกนี้ พระองค์เสด็จเข้าสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่งเพียงครั้งเดียวตลอดไป สิ่งที่พระองค์ทรงนำไปด้วยมิใช่เลือดแพะและเลือดลูกโค แต่ทรงนำพระโลหิตของพระองค์เข้าไป และทรงกระทำให้การไถ่กู้นิรันดรสำเร็จ ถ้าการประพรมบุคคลที่มีมลทินด้วยเลือดแพะ เลือดลูกโค รวมกับเถ้าของโคเพศเมีย ยังทำให้บุคคลนั้นบริสุทธิ์ร่วมศาสนพิธีได้ พระโลหิตของพระคริสตเจ้า ย่อมทำได้มากกว่านั้น พระคริสตเจ้าทรงถวายพระองค์โดยปราศจากตำหนิมลทินแด่พระเจ้าเดชะพระจิตเจ้าผู้ทรงดำรงอยู่ตลอดนิรันดร พระโลหิตชำระจิตใจของเราให้บริสุทธิ์จากกิจการที่ตายแล้ว เพื่อจะได้รับใช้พระเจ้าผู้ทรงชีวิต %paraดังนั้น พระคริสตเจ้าทรงเป็นคนกลางในการทำพันธสัญญาใหม่ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับเรียกเป็นทายาทกองมรดกนิรันดรได้รับตามพระสัญญา เพราะพระองค์ทรงยอมรับความตายเพื่อลบล้างการล่วงละเมิดตามเงื่อนไขของพันธสัญญาเดิมแล้ว
บทเสริม
1. ศิโยนเอ๋ย จงขับร้องบทเพลงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ สรรเสริญพระผู้ไถ่ ผู้นำและผู้เลี้ยงดูของเจ้าเถิด 2. จงทำดังนี้ให้สุดความสามารถ เพราะพระองค์ทรงยิ่งใหญ่กว่าคำสรรเสริญใดๆ เจ้าจะสรรเสริญอย่างไรก็ไม่เพียงพอ 3. เนื้อหาพิเศษของคำสรรเสริญที่กล่าวถึงในวันนี้ คือเรื่องปังทรงชีวิตที่ให้ชีวิตนั่นเอง 4. ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พระคริสตเจ้าประทานปังนี้ให้แก่อัครสาวกทั้งสิบสองคน ในการเลี้ยงอาหารค่ำศักดิ์สิทธิ์กับบรรดามิตรสหาย 5. เจ้าจงสรรเสริญให้เต็มที่ จงเปล่งเสียงแสดงความยินดีอย่างไพเราะ เพื่อแสดงความชื่นชมในจิตใจ 6. เพราะเป็นวันฉลองอย่างสง่าที่เราระลึกถึงงานเลี้ยงอาหารนี้เป็นครั้งแรกในงานเลี้ยงนี้ของกษัตริย์องค์ใหม่ ปัสกาใหม่แห่งธรรมบัญญัติใหม่ ทำให้ปัสกาเก่าจบสิ้นไป 7. ความใหม่ขับไล่ความเก่า ความจริงขับไล่เงาออกไป แสงสว่างขจัดกลางคืนให้สิ้นไป 8. พระคริสตเจ้าทรงทำสิ่งใดในการเลี้ยงอาหารค่ำ พระองค์ก็ทรงบัญชาให้ทำสิ่งนั้น เพื่อระลึกถึงพระองค์ด้วย 9. พวกเราได้รับพระบัญชาจากพระองค์ จึงเสกขนมปังและเหล้าองุ่นให้เป็นของถวายที่บันดาลความรอดพ้น 10. บรรดาคริสตชนได้รับคำสั่งสอนมาว่าขนมปังเปลี่ยนเป็นพระกาย และเหล้าองุ่น เปลี่ยนเป็นพระโลหิต 11. สิ่งที่ท่านไม่เข้าใจและไม่เห็นนั้น ความเชื่อทำให้เรามั่นใจแม้ว่าไม่เป็นไปตามวิถีทางธรรมชาติก็ตาม 12. ความเป็นจริงอันสูงส่งซ่อนอยู่ภายใต้รูปปรากฏที่แตกต่างกัน เพียงแต่ในเรื่องเครื่องหมายเท่านั้น ไม่ใช่ในความเป็นจริง 13. พระกายเป็นอาหาร พระโลหิตเป็นเครื่องดื่ม ถึงกระนั้น พระคริสตเจ้าทั้งองค์ก็ทรงอยู่ครบถ้วนในรูปปรากฏแต่ละอย่าง 14. ผู้ที่รับศีลมหาสนิท รับพระคริสตเจ้าอย่างครบถ้วน ไม่ทรงถูกตัด ไม่ทรงถูกหัก ไม่ทรงถูกแบ่ง 15. ผู้รับศีลจะมีเพียงคนเดียวหรือพันคนก็รับพระองค์เท่ากัน เมื่อทรงถูกรับแล้ว พระองค์ก็ไม่สูญหายไปไหน 16. คนดีหรือคนชั่วก็รับพระองค์ได้ แต่ผลที่ได้รับนั้นไม่เหมือนกัน คือเป็นชีวิตสำหรับคนดีหรือความตายสำหรับคนชั่ว 17. ความตายเป็นของคนชั่ว ชีวิตเป็นของคนดี เห็นไหมว่า แม้จะรับเหมือนกันแต่ผลที่ตามมานั้นไม่เหมือนกันเลย 18. เมื่อศีลถูกบิแล้ว ท่านอย่าข้องใจเลย และจงจำ ไว้ว่าพระองค์ทรงอยู่ในเศษเล็ก ๆ เท่ากับทรงอยู่ในแผ่นปังทั้งแผ่น 19. การบิปังนี้เป็นเพียงการแบ่งเครื่องหมายเท่านั้น ความเป็นจริงมิได้ถูกแบ่งเลย สภาพความเป็นอยู่และขนาดของพระองค์ภายใต้เครื่องหมายมิได้ลดน้อยลงเลย(แบบสั้นเริ่มที่นี่)20. นี่คือปังของทูตสวรรค์ที่กลายเป็นอาหารสำหรับมนุษย์ผู้เดินทาง เป็นอาหารสำหรับบรรดาบุตร จึงต้องไม่ให้อาหารนี้แก่สุนัข 21. ศีลมหาสนิทนี้ มีเครื่องหมายแสดงไว้แล้วในอดีต เมื่ออิสอัคถูกถวายเป็นบูชา เมื่อลูกแกะปัสกาถูกฆ่าเป็นบูชา เมื่อพระเจ้าประทานมานนาแก่บรรพบุรุษ 22. ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ทรงเป็นอาหารแท้จริง โปรดทรงพระกรุณาข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด ขอพระองค์ทรงเลี้ยงดูและปกปักรักษาข้าพเจ้าทั้งหลาย โปรดให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้พบความสุขในแดนของผู้มีชีวิตด้วยเถิด 23. พระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง พระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง พระองค์ทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าทั้งหลาย ผู้รู้ตายในแผ่นดินนี้แล้ว ขอพระองค์ทรงบันดาลให้ผู้ที่ทรงเชิญให้มาร่วมโต๊ะกับพระองค์ ได้ร่วมรับมรดกและเป็นมิตรสหายกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ชาวสวรรค์ด้วยเถิด
อัลเลลูยา
ยน 6:51
อัลเลลูยา อัลเลลูยา พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราเป็นปังทรงชีวิตที่ลงมาจากสวรรค์ ใครที่กินปังนี้ จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และปังที่เราให้นี้ คือเนื้อของเราเพื่อให้โลกมีชีวิต” อัลเลลูยา
บทอ่านจากพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก
มก 14:12-16, 22-26
%paraเราจัดเตรียมการเลี้ยงปัสกาที่ไหน” พระองค์จึงทรงใช้ศิษย์สองคนไป สั่งเขาว่า “จงเข้าไปในกรุง แล้วจะพบชายคนหนึ่งกำลังเดินแบกหม้อน้ำอยู่ จงตามเขาไป เขาเข้าไปที่ไหน จงถามเจ้าของบ้านว่า “พระอาจารย์ถามว่า ห้องที่เราจะกินปัสกากับบรรดาศิษย์นั้นอยู่ที่ไหน” เขาจะชี้ให้ท่านเห็นห้องใหญ่ชั้นบนปูพรมไว้เรียบร้อย จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเรา ที่นั่นแหละ” ศิษย์ทั้งสองคนออกเดินทางเข้าไปในกรุง พบสิ่งต่างๆ ดังที่พระองค์ทรงบอกไว้ จึงจัดเตรียมปัสกา %paraขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารอยู่นั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ตรัสถวายพระพร ทรงบิขนมปัง ประทานให้เขาเหล่านั้น ตรัสว่า “จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา” แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย ตรัสขอบพระคุณ ประทานให้เขาและทุกคนดื่มจากถ้วยนั้น พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญาที่หลั่งออกเพื่อคนจำนวนมาก เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่มน้ำจากผลองุ่นใด จนกว่าจะถึงวันที่เราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ในพระอาณาจักรของพระเจ้า” เมื่อขับร้องเพลงสดุดีแล้ว ทุกคนออกจากห้องเพื่อไปยังภูเขามะกอกเทศ
บทข้าพเจ้าเชื่อ
บทภาวนาเตรียมเครื่องบูชา
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพระกรุณาโปรดให้พระศาสนจักร มีเอกภาพและสันติภาพ ดังที่บรรณาการซึ่งข้าพเจ้าทั้งหลายกำลังถวายนี้ เป็นเครื่องหมายแสดงธรรมล้ำลึกถึงเอกภาพด้วยเถิด ทั้งนี้ ขอพึ่งพระบารมีพระคริสตเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
บทนำขอบพระคุณ
เพลงรับศีล
ยน 6:56
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา ก็ดำรงอยู่ในเรา และเราก็ดำรงอยู่ในเขา”
หรือ
1 ยน 4:16
พระเจ้าทรงเป็นความรัก ผู้ใดดำรงอยู่ในความรัก
ย่อมดำรงอยู่ในพระเจ้าและพระเจ้าย่อมทรงดำรงอยู่ในเขา
ปรับปรุงครั้งสุดท้าย : 8 มิ.ย. 2019
ติดต่อ : admin@thmass.online